"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

จดหมายของนักบุญเปโตร ฉบับที่หนึ่ง

คำขึ้นต้น คำทักทาย

1 1เปโตร อัครสาวกของพระเยซูคริสตเจ้า

ถึงผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร ซึ่งอาศัยอยู่อย่างคนพลัดถิ่นa กระจัดกระจายbอยู่ในแคว้นปอนทัส กาลาเทีย คัปปาโดเซีย อาเซียและบิธีเนีย 2พระเจ้าพระบิดาทรงทราบล่วงหน้า จึงทรงเลือกสรรท่านให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์เดชะพระจิตเจ้า มีความนอบน้อมเชื่อฟังพระเยซูคริสตเจ้า และรับการประพรมด้วยพระโลหิตของพระองค์c

ขอให้ท่านทั้งหลายได้รับพระหรรษทานและสันติอย่างสมบูรณ์

บทนำ มรดกของคริสตชน

3ขอถวายพระพรแด่พระเจ้าd พระบิดาของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระองค์ทรงพระกรุณาอย่างยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงบันดาลให้เราบังเกิดใหม่และมีความหวังที่มีชีวิตชีวา อาศัยการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้าจากบรรดาผู้ตาย 4เพื่อรับมรดกที่ไม่เสื่อมสลาย ไร้มลทิน ไม่มีวันร่วงโรย ซึ่งเก็บรักษาไว้ในสวรรค์เพื่อท่าน 5พระเจ้าทรงปกป้องท่านไว้ด้วยพระอานุภาพให้มีความเชื่อ จนกว่าจะประทานความรอดพ้นซึ่งกำลังจะได้รับการเปิดเผยในวาระสุดท้ายe

ความซื่อสัตย์และความรักต่อพระคริสตเจ้า

6ดังนั้น ท่านจงชื่นชม แม้ว่าในเวลานี้ท่านยังต้องทนทุกข์จากการถูกทดลองต่างๆ ชั่วขณะหนึ่ง 7เพื่อคุณค่าที่แท้จริงแห่งความเชื่อของท่านจะได้รับการสรรเสริญ รับสิริรุ่งโรจน์และรับเกียรติเมื่อพระเยซูคริสตเจ้าจะทรงสำแดงพระองค์ ความเชื่อนี้ประเสริฐยิ่งกว่าทองคำที่เสื่อมสลายได้ แต่ก็ยังถูกทดสอบด้วยไฟ 8ท่านมีความรักต่อพระเยซูคริสตเจ้า ทั้งๆ ที่ยังมิได้เห็นพระองค์ แม้ว่าขณะนี้ท่านยังมิได้เห็นพระองค์ ท่านก็ยังเชื่อในพระองค์ ท่านจึงชื่นชมยินดีใหญ่หลวงสุดที่จะพรรณนา 9เพราะท่านกำลังจะได้รับจุดมุ่งหมายของความเชื่อ คือความรอดพ้นของวิญญาณอยู่แล้วf

ความหวังของบรรดาประกาศก

10ความรอดพ้นนี้คือความรอดพ้นที่บรรดาประกาศกค้นหาและวิเคราะห์ ประกาศกเหล่านี้ประกาศพระวาจากล่าวถึงพระหรรษทานที่ทรงเตรียมไว้สำหรับท่าน 11เขาเหล่านั้นวิเคราะห์เวลาและกรณีแวดล้อมของเหตุการณ์ที่พระจิตของพระคริสตเจ้าgตรัสไว้ล่วงหน้า พระจิตของพระคริสตเจ้าทรงเป็นพยานอยู่ในตัวเขา ทรงเปิดเผยให้รู้ถึงพระทรมานที่พระคริสตเจ้าจะต้องทรงรับ และรู้ถึงพระสิริรุ่งโรจน์ที่จะตามมา 12พระเจ้าทรงเปิดเผยเรื่องเหล่านี้แก่บรรดาประกาศก มิใช่สำหรับประกาศกเอง แต่สำหรับท่านทั้งหลาย บัดนี้ ผู้ประกาศข่าวดีแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ท่านรู้เดชะพระจิตเจ้าผู้ที่พระเจ้าทรงส่งมาจากสวรรค์ เรื่องเหล่านี้แม้แต่ทูตสวรรค์ก็ปรารถนาที่จะได้เห็นเช่นเดียวกัน

ชีวิตใหม่จากศีลล้างบาปเรียกร้องคริสตชนให้บำเพ็ญความศักดิ์สิทธิ์

13ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงเตรียมจิตใจไว้ให้พร้อมที่จะปฏิบัติงาน จงบังคับตนเอง ตั้งความหวังทั้งหมดไว้ในพระหรรษทานซึ่งพระเจ้าจะทรงนำมาประทานให้เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าทรงสำแดงพระองค์ 14จงประพฤติตนดังบุตรที่เชื่อฟัง อย่าประพฤติตามกิเลสตัณหาดังแต่ก่อนเมื่อท่านยังขาดความรู้h 15แต่จงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ในความประพฤติทุกประการiตามแบบฉบับของพระผู้ศักดิ์สิทธิ์ผู้ทรงเรียกท่าน 16เพราะมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์17ถ้าท่านเรียกพระองค์ผู้ทรงพิพากษาตามการกระทำของแต่ละคนโดยไม่ลำเอียงว่า “พระบิดา” ก็จงดำเนินชีวิตขณะที่อยู่ต่างแดนนี้ด้วยความเคารพยำเกรงพระองค์ 18เพราะท่านรู้ว่าท่านได้รับการไถ่กู้หลุดพ้นจากวิถีชีวิตไร้ค่าที่สืบมาจากบรรพบุรุษ มิใช่ด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายได้เช่นเงินหรือทอง 19แต่ด้วยพระโลหิตประเสริฐของพระคริสตเจ้าj ดังเลือดของลูกแกะไร้มลทินหรือจุดด่างพร้อย 20พระองค์ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่ก่อนสร้างโลก และทรงเปิดเผยพระคริสตเจ้าเพื่อท่านทั้งหลายในวาระสุดท้าย 21เดชะพระคริสตเจ้านี้ ท่านมีความเชื่อในพระเจ้าผู้ทรงบันดาลให้พระองค์กลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย และประทานพระสิริรุ่งโรจน์เพื่อให้ความเชื่อและความหวังของท่านอยู่ในพระเจ้าk

การบังเกิดใหม่ด้วยพระวาจา

22เมื่อท่านทั้งหลายนอบน้อมเชื่อฟังความจริง ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์จนรักกันฉันพี่น้องแล้ว ก็จงรักกันจากใจจริงlยิ่งๆ ขึ้นเถิด 23เพราะท่านบังเกิดใหม่แล้วมิใช่จากเมล็ดพันธุ์ที่เสื่อมสลายได้ แต่จากเชื้อเมล็ดที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย คือจากพระวาจาที่ทรงชีวิตและคงอยู่ตลอดไปmของพระเจ้า 24เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่า “มนุษย์ทั้งมวลเป็นเหมือนต้นหญ้า และความรุ่งเรืองทั้งมวลของเขาก็เป็นเหมือนดอกหญ้า ต้นหญ้าเหี่ยวแห้ง ดอกก็ร่วงโรยไปด้วย 25แต่พระวาจาของพระเจ้าดำรงอยู่ตลอดนิรันดร” พระวาจานี้คือข่าวดีที่ได้ประกาศให้ท่านทั้งหลายรู้แล้ว

 

1 a โลกเป็นของพระเจ้า (สดด 24:1) มนุษย์อาศัยอยู่ในโลกนี้เหมือนกับเป็นคนต่างด้าว (ลนต 25:23) เพราะเมื่อสิ้นใจ พวกเขาจะต้องจากโลกนี้ไป (1 พศด 29:10-15; สดด 39:12ฯ; 119:19) หลังจากที่พระเจ้าทรงเปิดเผยเรื่องการกลับคืนชีพของบรรดาผู้ตาย (2 มคบ 7:9 เชิงอรรถ c) แล้ว ความคิดนี้ได้พัฒนาขึ้น คือ ความคิดที่ว่าปิตุภูมิแท้ของเราอยู่ในสวรรค์ (ฟป 3:20; คส 3:1-4; ฮบ 11:8-16; 13:14) ในโลกนี้เราเป็นคนพลัดถิ่นอยู่ต่างแดน (paroikia 1:17; 2 คร 5:1-8) อยู่ในหมู่คนต่างศาสนา คริสตชนต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมชั่วร้ายของคนเหล่านี้ (1 ปต 2:11; 4:2-4) เช่นเดียวกับชาวยิวที่กระจัดกระจายอยู่ต่างแดนได้เคยปฏิบัติ

b “กระจัดกระจาย” (diaspora) คำนี้แต่เดิมหมายถึงชาวยิวที่อาศัยอยู่ต่างแดน แต่ในที่นี้หมายถึงคริสตชนชาวยิว (ยก 1:1 เชิงอรรถ b) หรือหมายถึงคริสตชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในหมู่คนต่างศาสนา (1 ปต 5:9)

c เทียบ ฮบ 9:18ฯ ใน อพย 24:7 ประชาชนสัญญาจะปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า และเพื่อเป็นการรับรองพันธสัญญานี้ โมเสสได้ใช้เลือดของเครื่องบูชาประพรมพวกเขา (อพย 24:8) คริสตชนใช้พระคัมภีร์ตอนนี้มาอ้างถึงพระโลหิตของพระคริสตเจ้า (ดู มธ 26:28; ฮบ 9:18ฯ)

d ข้อความนี้เป็นสูตรคำอวยพรที่มาจากพันธสัญญาเดิม (ปฐก 14:19-20 เชิงอรรถ h; ลก 1:68; รม 1:25; 2 คร 11:31) เป็นสูตรที่คริสตชนใช้ ซึ่งพบได้ใน รม 9:5; 2 คร 1:3; อฟ 1:3 คริสตชนขอบพระคุณพระเจ้า สรรเสริญพระองค์สำหรับพระพรที่ได้รับผ่านทางพระคริสตเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาศัยการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ (รม 1:4-5 เชิงอรรถ c)

e วาระหรือยุคสุดท้ายซึ่งเป็นการสิ้นสุดของประวัติศาสตร์ได้เริ่มต้นแล้ว แต่จะเสร็จสมบูรณ์เมื่อพระเยซูเจ้าจะเสด็จมาครั้งที่สอง ที่เรียกว่า parousia (7, 13; 4:13; 5:1; ดู 1 คร 1:7-8 เชิงอรรถ e)

f แม้คริสตชนจะถูกเบียดเบียน (ข้อ 8; 2:12, 19; 3:13-17; 4:12-19) เขาก็ยังมีความเชื่อในพระคริสตเจ้าและมีความรักต่อพระองค์ จึงมีความแน่ใจว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมความรอดพ้นไว้สำหรับตน (“วิญญาณ” หมายถึง “บุคคล” 1:22; 2:11; ดู 1 คร 15:44 เชิงอรรถ w)

g บทบาทของบรรดาประกาศกคือการประกาศธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้า (ข้อ 10) เชื่อกันว่า พระจิตของพระคริสตเจ้าทรงดลใจบรรดาประกาศก (ดู ลก 24:27,44; 1 คร 10:1-11; ดูข้อ 6 เชิงอรรถ d) เช่นเดียวกับทรงดลใจการเทศน์สอนของบรรดาอัครสาวก (ข้อ 12) ดังนั้น พันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่จึงต่อเนื่องกันอย่างชัดเจน

h เมื่อคริสตชนได้รับความเชื่อ เขาได้ผ่านจากความโง่เขลามารับความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า (สดด 78:6; ยรม 10:25; 1 ธส 4:5) พฤติกรรมของเขา (1 ปต 1:18; อฟ 4:17-19) จึงต้องเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง

i ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามแบบฉบับความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า (ลนต 19:2) พระเยซูเจ้าทรงอธิบายไว้ว่า คริสตชนทำเช่นนี้เมื่อมีความรักต่อผู้อื่น (ลนต 19:15) ความรักนี้ทำให้คริสตชนแตกต่างจากคนต่างศาสนา และกลายเป็นบุตรของพระเจ้า (มธ 5:43-48//) แต่ปัญหาอยู่ที่ว่ากำลังใจที่จะประพฤติเช่นนี้มาจากไหน ธรรมประเพณีของบรรดาอัครสาวกจึงสอนกลับกันและเข้าใจว่าเพราะเราเป็นบุตรของพระเจ้า (1:23 เชิงอรรถ m) เราจึงปฏิบัติตามแบบฉบับของพระเจ้าได้ (1:14-16; อฟ 5:1ฯ; 1 ยน 3:2-10) พระเจ้าผู้ทรงเป็นความรักทรงเป็นต้นเหตุของกิจกรรมของเรา เปาโลเห็นว่าการประพฤติตามแบบฉบับของพระเจ้านี้เป็นการปรับปรุงสิ่งสร้างให้คืนสภาพเดิม (อฟ 4:24; คส 3:10-13)

j หรือ “โดยพระโลหิตประเสริฐของพระคริสตเจ้า ลูกแกะไร้มลทินนี้”

k การไถ่กู้ (รม 3:25 เชิงอรรถ k) อาศัยพระโลหิตของพระคริสตเจ้า (มธ 26:28 เชิงอรรถ i; วว 1:5; 5:9) และการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์เป็นผลจากแผนการนิรันดรของพระบิดา (1 ปต 1:20) ซึ่งทรงเจิมประชากรใหม่ของพระองค์ อันได้แก่ผู้ที่มีความเชื่อด้วยวิธีนี้ (ดู 1 ธส 1:7; 2:10,13) ข้อความตอนนี้ (1 ปต 1:13-21) ดูเหมือนจะสะท้อนคำสอนเรื่องศีลล้างบาปหรือพิธีกรรมของศีลนี้

l สำเนาโบราณบางฉบับว่า “จากดวงใจบริสุทธิ์”

m หรือแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “พระวาจาของพระเจ้าผู้ทรงชีวิตและคงอยู่ตลอดไป” พระวาจาของพระเจ้าเป็นเชื้อพันธุ์ของชีวิต เพราะเป็นต้นเหตุของการบังเกิดใหม่มารับชีวิตของพระเจ้า ทำให้เราปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ (1:22-25; ยน 1:12ฯ; ยก 1:18 เชิงอรรถ n; เทียบ 1 ปต 2:13ฯ; 5:18) เพราะว่าพระวาจานี้เองทรงพลัง (1 คร 1:18; 1 ธส 2:13; ฮบ 4:12) สำหรับยากอบพระวาจายังหมายถึงธรรมบัญญัติของโมเสส (1:25) สำหรับ 1 ปต พระวาจาหมายถึงการประกาศข่าวดี (1 ปต 1:25; เทียบ มธ 13:18-23 เชิงอรรถ p) สำหรับยอห์นหมายถึงพระบุตรของพระเจ้าเอง (1:1 เชิงอรรถ a) เปาโลเห็นว่าพระจิตเจ้าทรงเป็นต้นเหตุซึ่งทำให้เราเป็นบุตรของพระเจ้า (รม 6:4 เชิงอรรถ a) แต่พระจิตเจ้าทรงเป็นพลังที่ทำให้พระวาจาบังเกิดผล

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก