"เราประกาศให้ท่านรู้ถึงสิ่งที่เราได้เห็น" (1ยน. 1:3)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

เปาโลออกจากเมืองเอเฟซัส

             20  1เมื่อการจลาจลสงบa เปาโลเรียกประชุมบรรดาศิษย์ ให้กำลังใจพวกเขา กล่าวอำลาและออกเดินทางไปยังแคว้นมาซิโดเนีย  2ระหว่างทางที่ผ่านไปb เปาโลพูดให้กำลังใจแก่       คริสตชนหลายครั้ง ในที่สุดก็มาถึงประเทศกรีซ  3พักอยู่ที่นี่สามเดือนc ขณะที่จะออกเรือไปยังแคว้นซีเรียd เขาตัดสินใจเดินทางกลับผ่านแคว้นมาซิโดเนีย เพราะชาวยิววางแผนปองร้ายเขา 4เปาโลมีเพื่อนร่วมทางeคือโสปาแตร์ บุตรชายของปิรัสชาวเบโรอา อาริสทารคัสและเซกุนดุส ชาวเธสะโลนิกา กายอัสชาวเดอร์บีและทิโมธี รวมทั้งชาวแคว้นอาเชียสองคนคือทิคิกัสและ  โตรฟีมัสf  5คนเหล่านี้เดินทางล่วงหน้าไปรอเราgที่เมืองโตรอัส  6ส่วนเราแล่นเรือhออกจากเมืองฟิลิปปีหลังเทศกาลขนมปังไร้เชื้อi ห้าวันต่อมา เราก็มาพบกับเขาที่เมืองโตรอัส และพักอยู่ที่นั่นเป็นเวลาเจ็ดวันj

เปาโลปลุกให้คนตายกลับคืนชีวิตที่เมืองโตรอัส

           7ค่ำวันเสาร์k เรามาชุมนุมกันเพื่อทำพิธีบิขนมปัง เปาโลพูดคุยกับบรรดาศิษย์อย่าง    ยืดยาวจนถึงเที่ยงคืน เพราะจะต้องจากไปในวันรุ่งขึ้น  8มีตะเกียงอยู่หลายดวงในห้องชั้นบนที่ชุมนุมกัน  9ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อยูทิกัสนั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่าง กำลังง่วงนอนมาก ขณะที่เปาโลพูดต่อไปเรื่อย ๆ เขาก็หลับและพลัดตกจากชั้นที่สามถึงพื้น มีผู้อุ้มเขาขึ้นมาพบว่าเขาตายแล้ว 10เปาโลจึงลงมาข้างล่างก้มลงกอดร่างของเขาไว้ พูดว่า “อย่าวุ่นวายไปเลย เขายังมีชีวิตอยู่”   11แล้วเปาโลก็ขึ้นไปชั้นบนอีกครั้งหนึ่ง ทำพิธีบิขนมปังและกินอาหาร พูดคุยต่อไปอีกนานจนถึงรุ่งเช้า แล้วจากไป  12บรรดาศิษย์พาชายหนุ่มผู้นั้นที่ยังมีชีวิตอยู่กลับไปบ้าน และรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก

เปาโลเดินทางจากเมืองโตรอัสถึงเมืองมิเลทัส

             13เราลงเรือล่วงหน้าและแล่นเรือไปยังเมืองอัสโซส ที่นั่นเราต้องรับเปาโลลงเรือด้วย เขาสั่งไว้เช่นนี้เพราะต้องการเดินทางทางบก  14เมื่อเปาโลพบเราที่เมืองอัสโซส เราก็รับเขาลงเรือและมาถึงเมืองมิทิเลนี  15วันรุ่งขึ้นเราออกจากที่นั่นมาอยู่หน้าเกาะคีโอส วันต่อมาเราแล่นเรือเลียบฝั่งเกาะซามอส และอีกวันหนึ่งก็มาถึงเมืองมิเลทัส  16เปาโลตัดสินใจไม่แวะที่เมืองเอเฟซัส เพื่อจะไม่อยู่ในแคว้นอาเชียนานเกินไป เพราะต้องการรีบไปให้ถึงกรุงเยรูซาเล็มก่อนวัน     เปนเตกอสเต ถ้าเป็นไปได้

เปาโลอำลาบรรดาผู้อาวุโสแห่งเมืองเอเฟซัส

          17เปาโลส่งคนจากเมืองมิเลทัสไปยังเมืองเอเฟซัส เพื่อเชิญบรรดาผู้อาวุโสของพระ     ศาสนจักรมาพบ  18เมื่อเขาเหล่านั้นมาถึง เปาโลพูดว่าl “ท่านทั้งหลายรู้ว่า ตลอดเวลาตั้งแต่วันแรกที่ข้าพเจ้าเข้ามาในแคว้นอาเชีย ข้าพเจ้าปฏิบัติตนต่อท่านอย่างไร  19ข้าพเจ้ารับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความถ่อมตนอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าต้องร่ำไห้เป็นทุกข์และเสี่ยงชีวิตจากการที่ชาวยิววางแผนปองร้ายข้าพเจ้า  20ท่านทั้งหลายรู้ว่า ข้าพเจ้าไม่เคยละเลยสิ่งใดที่เป็นประโยชน์แก่ท่าน ไม่เคยหยุดเทศน์และสอนท่านในที่สาธารณะและตามบ้าน  21ข้าพเจ้าเชิญชวนทั้งชาวยิวและชาวกรีกอย่างแข็งขันให้กลับใจมาหาพระเจ้าและให้มีความเชื่อในพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราm

           22บัดนี้ ข้าพเจ้ากำลังจะไปกรุงเยรูซาเล็มตามพระบัญชาของพระจิตเจ้าn ไม่รู้ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นกับข้าพเจ้า  23ข้าพเจ้ารู้เพียงว่า พระจิตเจ้าทรงเตือนข้าพเจ้าในทุก ๆ เมืองว่า โซ่ตรวนและความยากลำบากกำลังรอข้าพเจ้าอยู่  24แต่ข้าพเจ้าไม่คิดว่าชีวิตของข้าพเจ้ามีค่าoสำหรับข้าพเจ้าเท่ากับการที่ข้าพเจ้าได้วิ่งถึงปลายทางและทำให้ภารกิจที่ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายจากพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า สำเร็จไป คือการเป็นพยานประกาศข่าวดีแห่งพระหรรษทานของพระเจ้า

          25ข้าพเจ้าผ่านมาประกาศพระอาณาจักรแก่ท่านทั้งหลาย บัดนี้ ข้าพเจ้ารู้ว่า ท่านทุกคนจะไม่เห็นหน้าข้าพเจ้าอีกp  26ดังนั้น วันนี้ข้าพเจ้าขอประกาศยืนยันแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านผู้ใดไม่รอดพ้น ข้าพเจ้าก็ไม่รับผิดชอบ  27เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ละเลยที่จะประกาศพระประสงค์ทั้งหมดของพระเจ้าแก่ท่าน  28ท่านทั้งหลายจงดูแลตนเองและฝูงแกะที่พระจิตเจ้าทรงแต่งตั้งท่านให้เป็นผู้ดูแล เพื่อเลี้ยงดูพระศาสนจักรของพระเจ้าq ที่พระองค์ทรงได้มาด้วยพระโลหิตของพระบุตรr  29ข้าพเจ้ารู้ว่า เมื่อข้าพเจ้าจากไปแล้ว สุนัขป่าดุร้ายจะเข้ามาในกลุ่มของท่านและจะทำร้ายฝูงแกะ  30แม้ในกลุ่มของท่านก็จะมีบางคนลุกขึ้นกล่าวบิดเบือนความจริงเพื่อโน้มน้าวบรรดาศิษย์ให้ติดตามตน  31เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังไว้เถิด จงระลึกว่าข้าพเจ้าไม่เคยหยุดเตือนท่านแต่ละคนด้วยน้ำตานองหน้าทั้งกลางวันกลางคืนตลอดเวลาสามปี

        32บัดนี้ ข้าพเจ้าฝากท่านทั้งหลายไว้กับพระเจ้า s และกับพระวาจาแห่งพระหรรษทานของพระองค์ พระวาจานี้สร้างพระศาสนจักรและประทานมรดกให้ท่านรับร่วมกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้  33ข้าพเจ้าไม่เคยอยากได้เงินทองหรือเสื้อผ้าของผู้ใด  34ท่านก็รู้แล้วว่า ข้าพเจ้าทำงานด้วยมือทั้งสองนี้เพื่อสนองความต้องการของข้าพเจ้า และของผู้ที่อยู่ด้วย         35ข้าพเจ้าแสดงให้ท่านเห็นเสมอมาว่า เราต้องทำงานเช่นนี้เพื่อช่วยเหลือผู้อ่อนแอโดยระลึกถึงพระวาจาของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าที่ว่า “การให้ย่อมเป็นสุขมากกว่าการรับ”t

             36เมื่อกล่าวดังนี้แล้ว เปาโลคุกเข่าลงพร้อมกับทุกคนและอธิษฐานภาวนา  37ต่างร้องไห้ฟูมฟายเข้าสวมกอดและจูบลาเปาโล  38ทุกคนรู้สึกโศกเศร้า เพราะเปาโล พูดว่า เขาเหล่านั้นจะไม่ได้เห็นหน้าของเปาโลอีก แล้วทุกคนก็ไปส่งเปาโลถึงเรือ

20 a เหตุการณ์ตอนนี้ต่อจากเรื่องใน 19:22

b ระหว่างการเดินทางจากเมืองเอเฟซัสถึงแคว้นมาซิโดเนียเปาโลได้เขียน 2 คร

c ดังนั้น เปาโลสามารถปฏิบัติตามข้อตั้งใจใน 1 คร 16:5-6 ขณะอยู่ที่เมืองโครินธ์นี้เปาโลได้เขียนจดหมายถึงชาวโรม

สำเนาโบราณบางฉบับว่า “เมื่อเปาโลอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสามเดือน และชาวยิวได้วางแผนปองร้ายเขา เปาโลจึงตัดสินใจลงเรือไปแคว้นซีเรีย แต่พระจิตเจ้าตรัสกับเขาให้เดินทางกลับ ผ่านแคว้นมาซิโดเนีย”

d เพื่อนำเงินที่ได้เรี่ยไรจากพระศาสนจักรต่าง ๆ ไปให้คริสตชนที่กรุงเยรูซาเล็ม ดู 19:21; และ 1 คร 16:1 เชิงอรรถ a

e สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า “ไปถึงแคว้นอาเซีย” โสปาแตร์อาจเป็นคนเดียวกับชาวยิวชื่อโสสิปาแตร์ใน รม 16:21 “เดอร์บี” สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ชาวเมืองดูเบเร”

f โตรฟีมัสเป็นชาวเอเฟซัส 21:29 เทียบ 2 ทธ 4:20 เปาโลกล่าวถึงทิคิกัสหลายครั้งในจดหมายต่าง ๆ อฟ 6:21; คส 4:7; 2 ทธ 4:12; ทต 3:12

g การเล่าเรื่องโดยใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่งในที่นี้ (ข้อ 5-15) คงจะมาจากข้อมูลเดียวกับที่ใช้ใน 16:10-17 และจะพบอีกใน 21:1-18

h จากท่าเรือเมืองเนอาบุรี เทียบ 16:11

i เทศกาลขนมปังไร้เชื้อ คือ สัปดาห์หลังฉลองปัสกา ดู อพย 12:1 เชิงอรรถ a

j เรื่องงานธรรมทูตของเปาโลในเมืองนี้ เมื่อเดินทางจากเมืองเอเฟซัสไปเมืองโครินธ์ (ข้อ 1-2) ดู 2 คร 2:12

k แปลตามตัวอักษร “วันต้นสัปดาห์” วันต้นสัปดาห์ของชาวยิวกลายเป็นวันที่คริสตชนมาชุมนุมกัน ดู มธ 28:1 เชิงอรรถ a; 1 คร 16:2 “วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า” วว 1:10 การชุมนุมของคริสตชนในวันอาทิตย์ทำกันเมื่อเริ่มวันตั้งแต่ค่ำวันเสาร์ เพราะชาวยิวนับวันตั้งแต่ตะวันตกดิน

l นี่เป็นคำปราศรัยสำคัญครั้งที่สามของเปาโลใน กจ คำปราศรัยครั้งแรก (บทที่ 13) เป็นตัวอย่างของการเทศน์สอนแก่ชาวยิว คำปราศรัยครั้งที่สอง (บทที่ 17) เป็นการเทศน์สอนแก่คนต่างศาสนา คำปราศรัยครั้งที่สามนี้ (ข้อ 18-35) เป็นเหมือนพินัยกรรมของผู้อภิบาลที่กำลังจากไป เปรียบเทียบกับ 1 ซมอ 12:2-5 รายละเอียดหลายประการของคำปราศรัยครั้งที่สามนี้พบได้ในจดหมายต่าง ๆ ของเปาโล มีลีลาคล้ายกับจดหมายเกี่ยวกับงานอภิบาล คำปราศรัยนี้ในโครงสร้างดังต่อไปนี้ (1) ข้อ 18-21 กล่าวถึงงานธรรมทูตของเปาโลในแคว้นเอเซีย (2) ข้อ 22-27 เปาโลกล่าวถึงการจากไปของตนและดูเหมือนจะทราบล่วงหน้าว่าจะต้องตาย (3) ข้อ 28-34 เปาโลเตือนบรรดาผู้อาวุโสของเมืองเอเฟซัส (และผู้อภิบาลพระศาสนจักรทุกแห่ง) ให้ดูแลคริสตชนในปกครองด้วยความระมัดระวัง (4) ข้อ 33-35 เปาโลเตือนผู้อาวุโสให้เสียสละและมีความรัก ตลอดคำปราศรัยเปาโลเตือนผู้ฟังให้เอาอย่างตน เพราะฉะนั้นคำปราศรัยนี้จึงแสดงภาพแท้จริงของเปาโลอย่างชัดเจน

m ประโยคนี้สรุปการเทศน์ของเปาโลเช่นเดียวกับ 17:30-31; 1 คร 8:4-6; 1 ธส 1:9-10 “การกลับใจและมีความเชื่อ” เป็นความคิดที่อยู่เคียงคู่กันนับตั้งแต่คำเทศน์แรกเริ่มของพระเยซูเจ้าแล้ว (มก 1:15)

n ขณะนี้เปาโลยังไม่ถูกจองจำ แต่รู้สึกว่าตนเองเป็นนักโทษแล้ว ดังนั้น บางคนจึงแปล “ตามพระบัญชาของพระจิตเจ้า” ตามตัวอักษรว่า “ในฐานะนักโทษของพระจิตเจ้า”

o เทียบ 15:26; 21:13; ฟป 1:21-23; 1 ธส 2:8 ฉบับอื่น ๆ แปลว่า “แต่ข้าพเจ้าไม่คิดว่าชีวิตของข้าพเจ้ามีค่าอะไร ราวกับว่าเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับข้าพเจ้า”

p เทียบ ข้อ 38 เปาโลคิดจะไปกรุงเยรูซาเล็มแล้วจากนั้นไปประเทศสเปน รม 15:23-28 แต่การถูกจองจำเป็นเวลานานทำให้แผนการนี้ต้องเปลี่ยนไป เปาโลอาจกลับไปที่เมืองเอเฟซัสอีกทั้ง ๆ ที่ได้แสดงความสังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้กลับไป

q สำเนาโบราณบางฉบับว่า “พระศาสนจักรขององค์พระผู้เป็นเจ้า” 1 ปต 2:9-10 กล่าวถึง ประชาชนซึ่งพระเจ้าทรงเลือกเป็นของพระองค์ (ตาม อสย 43:21); ประชาชนเป็น “ที่ประชุม (พระศาสนจักร) ของพระเจ้า” กจ 5:11 เชิงอรรถ b “พระ ศาสนจักรของพระเจ้า” เป็นวลีที่เปาโลชอบใช้บ่อย ๆ  ดู 1 คร 1:2; 10:32; 11:22

r แปลตามตัวอักษรว่า “ซึ่งพระองค์ทรงได้มาเพื่อพระองค์ด้วยโลหิตของพระองค์เอง” แต่พระเจ้า (พระบิดา) ทรงเป็นจิต ไม่สามารถหลั่งพระโลหิตได้ วลีนี้จึงน่าจะหมายถึงพระโลหิตของพระบุตร (ของพระองค์) หรือมิฉะนั้นเปาโลซึ่งเริ่มประโยคโดยกล่าวถึงการกระทำของพระบิดา (พระเจ้า) แล้วเผลอไปกล่าวถึงการกระทำของพระบุตรโดยไม่ทันระวังตัว… เทียบ       รม 8:31-39 ความคิดเรื่องพระคริสตเจ้าทรงหลั่งพระโลหิตเพื่อพระศาสนจักร ดู อฟ 5:25-27; ฮบ 9:12-14; 13:12

s ”กับพระเจ้า” สำเนาโบราณบางฉบับว่า “กับองค์พระผู้เป็นเจ้า” “สร้าง” ประธานอาจเป็น “พระวาจา” (ดังที่แปล) หรือ “พระเจ้า” ก็ได้ เทียบ รม 16:25

t พระวรสารไม่ได้บันทึกพระวาจานี้ไว้

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก