"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโคโลสี

อารัมภบท

 

คำขึ้นต้น

1 1จากเปาโล ผู้เป็นอัครสาวกของพระคริสตเยซูตามพระประสงค์ของพระเจ้า และจากทิโมธีน้องชาย

2ถึงพี่น้องชาวโคโลสีผู้ศักดิ์สิทธิ์และมีความเชื่อในพระคริสตเจ้า

ขอพระหรรษทานและสันติจากพระเจ้าพระบิดาaของเราสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด

คำขอบพระคุณและคำอธิษฐานภาวนา

3เมื่อเราอธิษฐานภาวนาเพื่อท่านทั้งหลาย เราขอบพระคุณพระเจ้า พระบิดาของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราอยู่เสมอ 4เพราะเราได้ยินกิตติศัพท์ความเชื่อของท่านในพระคริสตเยซู และได้ยินกิตติศัพท์ความรักที่ท่านมีต่อบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง 5โดยมีความหวังคอยท่านอยู่ในสวรรค์แล้ว ความหวังนี้ท่านรู้มาก่อนจากการประกาศพระวาจาแห่งความจริงคือข่าวดี 6ข่าวดีนี้มาถึงท่าน กำลังบังเกิดผลและเจริญในท่านเช่นเดียวกับที่กำลังบังเกิดผลและเจริญอยู่ทั่วไปในโลก นับตั้งแต่วันที่ท่านได้ฟังและรู้ถึงพระหรรษทานของพระเจ้าในความจริง 7ดังที่ท่านเรียนรู้จากเอปาฟรัส เพื่อนร่วมงานที่รักยิ่งของเรา เขาเป็นผู้รับใช้ของพระคริสตเจ้า ทำงานอย่างซื่อสัตย์แทนเราb 8เขาแจ้งให้เรารู้ถึงความรักในพระจิตเจ้าที่ท่านทั้งหลายมีต่อเรา

9ดังนั้น นับแต่วันที่เราได้ยินเรื่องของท่าน เราอธิษฐานภาวนาสำหรับท่านอยู่เสมอ วอนขอให้ท่านมีความรู้อย่างสมบูรณ์ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยสรรพปรีชาญาณและความเข้าใจฝ่ายจิต 10เพื่อท่านจะได้ดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมกับองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นที่สบพระทัยพระองค์ในทุกสิ่ง บังเกิดผลเป็นกิจการดีทุกประการ และมีความรู้เรื่องพระเจ้ามากขึ้น 11ให้ท่านทั้งหลายได้รับพละกำลังมากขึ้นจากพระฤทธานุภาพอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ จะได้มีความพากเพียร เข้มแข็งและอดทนทุกสิ่ง 12ขอบพระคุณพระบิดาเจ้าด้วยความยินดี พระองค์โปรดให้ท่านเป็นบุคคลที่เหมาะสมจะเข้าอยู่ในแสงสว่าง มีส่วนได้รับมรดกร่วมกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าc

13พระองค์ทรงช่วยเราให้พ้นจากอำนาจความมืดมนและทรงนำเราเข้าไปสู่พระอาณาจักรของพระบุตรสุดที่รักของพระองค์ 14เดชะพระบุตรนี้ เราได้รับการไถ่กู้และได้รับการอภัยบาป

I. คำสั่งสอนเป็นทางการ

 

พระคริสตเจ้าทรงเป็นศีรษะของสรรพสิ่งd

15พระองค์ทรงเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น

ทรงเป็นบุตรคนแรกในบรรดาสิ่งสร้างทั้งปวง

16เพราะสรรพสิ่งทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดิน

ทั้งที่แลเห็นได้และไม่อาจแลเห็นได้

เทพนิกรบัลลังก์ เทพนิกรนาย เทพนิกรเจ้าและเทพนิกรอำนาจ

ล้วนถูกสร้างโดยพระองค์ทั้งสิ้น

ทุกสิ่งถูกเนรมิตขึ้นโดยพระองค์ และเพื่อพระองค์

17พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่ง

และสรรพสิ่งดำรงอยู่เป็นระเบียบในพระองค์

18พระองค์ทรงเป็นศีรษะeของร่างกาย คือพระศาสนจักร

พระองค์ทรงเป็นปฐมเหตุ

ทรงเป็นบุคคลแรกในบรรดาผู้ตายที่กลับคืนชีพ

ทั้งนี้เพื่อพระองค์จะได้ทรงเป็นเอกในทุกสิ่ง

19เพราะพระเจ้าพอพระทัยให้ความบริบูรณ์ทั้งปวงอยู่ในพระคริสตเจ้าf

20และให้สรรพสิ่งคืนดีกับพระองค์gโดยทางพระคริสตเจ้า

ผู้โปรดให้ทุกสิ่งมีสันติ ด้วยพระโลหิตที่ทรงหลั่งบนไม้กางเขนของพระองค์

ทั้งสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ในสวรรค์h

ชาวโคโลสีมีส่วนในความรอดพ้น

21ในอดีต ท่านทั้งหลายห่างเหินและเป็นศัตรูกับพระเจ้า มุ่งจะทำกิจการชั่วร้ายi 22แต่บัดนี้ พระเจ้าjโปรดให้ท่านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์อีกโดยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้าในร่างกายที่ตายได้ เพื่อจะได้ถวายท่านทั้งหลายเฉพาะพระพักตร์ให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไร้มลทินและไม่ถูกตำหนิ 23ดังนั้น ท่านจงยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อ ไม่หวั่นไหวจากความหวังตามข่าวดีที่ท่านได้รับฟัง ข่าวดีนี้ประกาศแก่มนุษย์ทุกคนในโลกนี้kแล้ว ข้าพเจ้า เปาโล ก็เป็นผู้รับใช้ในการประกาศข่าวดีนี้ด้วย

เปาโลตรากตรำทำงานเพื่อรับใช้คนต่างศาสนา

24บัดนี้ข้าพเจ้ายินดีที่ได้รับทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ความทรมานของพระคริสตเจ้ายังขาดสิ่งใด ข้าพเจ้าก็เสริมให้สมบูรณ์ด้วยการทรมานในกายของข้าพเจ้า เพื่อพระกายของพระองค์คือพระศาสนจักรl 25ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้พระศาสนจักรนี้ตามภารกิจที่พระเจ้าทรงมอบให้ เพื่อจะได้ประกาศพระวาจาของพระเจ้าแก่ท่านอย่างสมบูรณ์ 26นั่นคือธรรมล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ตลอดทุกยุคสมัย บัดนี้ธรรมล้ำลึกปรากฏชัดแจ้งแก่บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์แล้ว 27พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะแสดงให้เขาเหล่านั้นรู้ว่าธรรมล้ำลึกนี้ได้นำพระสิริรุ่งโรจน์ล้นเหลือมาให้คนต่างศาสนา นั่นคือการที่พระคริสตเจ้าทรงดำรงอยู่ในท่าน ทรงเป็นความหวังเพื่อให้ท่านได้รับความรุ่งเรืองm 28เราประกาศถึงพระคริสตเจ้าพระองค์นี้ โดยเตือนและสอนทุกคนให้มีความรู้ทุกอย่างเพื่อให้แต่ละคนดีพร้อมเดชะพระคริสตเจ้า 29ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงตรากตรำทำงาน และต่อสู้ด้วยพลังที่มาจากพระองค์ พลังนี้กำลังมีอำนาจผลักดันให้ข้าพเจ้าทำงานอย่างเข้มแข็ง

 

1 a สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า และจากพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า

b สำเนาโบราณบางฉบับว่า แทนท่านทั้งหลาย

c มรดกร่วมกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ หมายถึง ความรอดพ้นที่แต่ก่อนสงวนไว้สำหรับชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่บัดนี้คนต่างศาสนาได้รับเรียกให้มารับเช่นเดียวกัน (เทียบ อฟ 1:11-13) วลีที่ว่า บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ในที่นี้อาจหมายถึง คริสตชนผู้ได้รับเรียกให้ดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้เพราะได้รับความรอดพ้นแล้ว (รม 6:19 เชิงอรรถ h; 13:11-12 เชิงอรรถ e) หรืออาจจะหมายถึงทูตสวรรค์ซึ่งดำเนินชีวิตอยู่ใน พระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า (ดู กจ 9:13 เชิงอรรถ g)

d ในบทประพันธ์บทนี้ซึ่งมีโครงสร้างสองส่วนสมมาตรกัน เปาโลอธิบายให้เห็นว่า พระคริสตเจ้าทรงเป็น ศีรษะ ของทุกสิ่งที่มีความเป็นอยู่ดังต่อไปนี้

(1) พระองค์ทรงเป็น ศีรษะ ของสรรพสิ่ง คือ ทุกสิ่งที่มีความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ (ข้อ 15-17)

(2) ทรงเป็น ศีรษะ ของสรรพสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ให้มีความเป็นอยู่เหนือธรรมชาติโดยอาศัยการไถ่กู้ (ข้อ 18-20)

ประธานของกริยาในบทประพันธ์นี้ คือ พระคริสตเจ้าผู้ทรงมีความเป็นอยู่ก่อนกาลเวลา แต่พิจารณาในฐานะที่ทรงแสดงพระองค์เป็นมนุษย์คนหนึ่งในประวัติศาสตร์ มนุษย์ผู้นี้เป็น ภาพลักษณ์ของพระเจ้า นั่นคือ ธรรมชาติมนุษย์ของพระองค์ เป็นการเปิดเผยให้เห็นพระเจ้าที่มนุษย์แลเห็นไม่ได้ (ดู รม 8:29 เชิงอรรถ n) และในธรรมชาติมนุษย์นี้พระองค์ยังทรงเป็นสิ่งสร้างด้วย แต่ทรงเป็นบุตรคนแรกในลำดับของการสร้าง ไม่ใช่เฉพาะในลำดับของกาลเวลาเท่านั้น แต่ในฐานะที่ทรงเป็นปฐมเหตุ และทรงพระเกียรติเหนือทุกสิ่ง

e ดู 1 คร 12:12ฯ เรื่องพระศาสนจักรในฐานะเป็นกายของพระคริสตเจ้า พระองค์ทรงถูกเรียกว่าเป็น ศีรษะ ของพระกายนี้ในด้านลำดับเวลา (ข้อ 18 นั่นคือ พระองค์ทรงเป็นคนแรกที่กลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย) และในด้านบทบาทที่ทรงเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในงานกอบกู้ (ข้อ 20)

f ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ความบริบูรณ์ (pleroma) ที่ใช้ในที่นี้หมายความว่าอะไร (คำว่า pleroma : หมายถึง สิ่งที่ถมช่องว่างหรือหลุม หรือหมายถึงผ้าที่ใช้ปะ ดู มธ 8:16) ผู้เขียนบางคนเคยคิดว่าน่าจะมีความเหมือนกับใน 2:9 (พระเยซูเจ้าทรงมีพระธรรมชาติพระเจ้าอย่างสมบูรณ์) แต่เนื่องจากข้อ 15-18 ได้กล่าวถึงพระธรรมชาติพระเจ้าของพระเยซูเจ้าแล้ว จึงดูเหมือนว่า ณ ที่นี้ คำว่า pleroma น่าจะหมายถึงความคิดของพระคัมภีร์ที่ว่าจักรวาลทั้งหมดที่มีพระเจ้าประทับอยู่ด้วยอย่างสมบูรณ์ (ดู สดด 24:1; 50:12; 72:19; ปชญ 1:7; บสร 43:27; อสย 6:3; ยรม 23:24) ความคิดนี้ยังเป็นที่คุ้นเคยในโลกกรีก-โรมัน เพราะคำสอนลัทธิสรรพเทวนิยมของนักปราชญ์สำนักสโตอา เปาโลสอนว่าการบังเกิดเป็นมนุษย์และการกลับคืนพระชนมชีพ ทำให้พระคริสตเจ้าทรงเป็นศีรษะไม่เพียงแต่ของมนุษยชาติเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นศีรษะของจักรวาลที่ถูกสร้างทั้งหมดด้วย เพราะทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ที่ตกในบาป ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรอดพ้นด้วยเช่นเดียวกัน (ดู รม 8:19-22; 1 คร 3:22ฯ; 15:20-28; อฟ 1:10; 4:10; ฟป 2:10ฯ; 3:21 ฮบ 2:5-8 เทียบ คส 2:9 เชิงอรรถ f)

g บางคนอธิบายความหมายของข้อนี้ตามสำนวนเดียวกับข้อ 16 คือ โดยพระองค์และเพื่อพระองค์ จึงได้คำแปลว่า พระเจ้าพอพระทัยให้สรรพสิ่งกลับคืนดีกับพระองค์ (พระคริสตเจ้า) โดยพระองค์ผู้โปรดให้ทุกสิ่งมีสันติ…” (เทียบ รม 5:10; 2 คร 5:18ฯ)

h การคืนดีกันของจักรวาลทั้งหมด (รวมทั้งทูตสวรรค์และมนุษย์) ไม่หมายถึงความรอดพ้นของมนุษย์เป็นรายบุคคล แต่หมายถึงความรอดพ้นของโลกทั้งโลกเป็นส่วนรวม ซึ่งเป็นการกลับมีระเบียบและมีสันติ ยอมอ่อนน้อมเชื่อฟังพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ บุคคลใดที่ไม่เข้าร่วมในการสร้างใหม่นี้โดยทางพระหรรษทานจะถูกบังคับให้เข้าร่วมด้วย ดู 2:15; 1 คร 15:24-25 (กล่าวถึงจิตที่อยู่ในสวรรค์) และ รม 2:8; 1 คร 6:9-10; กท 5:21; อฟ 5:5; 2 ธส 1:8-9 (กล่าวถึงมนุษย์)

i บริบททำให้เข้าใจว่า ข้อความนี้คล้ายกับ อฟ 4:18ฯ (คนห่างเหินจากพระเจ้า และดังนั้นจึงเป็นศัตรูกับพระองค์) มากกว่าคล้ายกับ อฟ 2:12 (ห่างเหินจากอิสราเอล)

j ตามตัวอักษร พระองค์ หมายถึง พระบิดา ร่างกายที่ตายได้คือร่างกายของพระบุตร ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับให้มนุษย์คืนดีกับพระเจ้า มนุษยชาติทั้งสิ้นรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง (เทียบ อฟ 2:14-16) เพราะพระคริสตเจ้าได้รับเอาบาปของมนุษย์ไว้ด้วย (2 คร 5:21) ธรรมชาติมนุษย์ (เนื้อหนัง หรือ flesh) ก็คือร่างกายที่อยู่ใต้อำนาจของบาป (ดู รม 7:5 เชิงอรรถ c; 8:3; ฮบ 4:15)

k หมายถึง มนุษยชาติทั้งมวล

l พระเยซูเจ้าทรงรับทนทรมานเพื่อสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้า และใครก็ตามที่ต่องานของพระองค์จะต้องมีส่วนร่วมในการทนทรมานนี้ เปาโลไม่ได้อ้างว่าตนทำสิ่งใดเพื่อทำให้พระทรมานบนไม้กางเขนในการกอบกู้มนุษยชาติมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น (การไถ่กู้ของพระคริสตเจ้าไม่ขาดอะไร) เขาเพียงแต่เข้าร่วมทนทรมานกับพระเยซูเจ้าโดยรับทนทุกข์ทรมานในขณะที่ทำงานแพร่ธรรม (ดู 2 คร 1:5; ฟป 1:20 เชิงอรรถ i) พระคัมภีร์กล่าวว่าความทุกข์ทรมานเหล่านี้จะเกิดขึ้นในยุคของพระเมสสิยาห์ (มธ 24:8 เชิงอรรถ f; กจ 14:22 เชิงอรรถ m; 1 ทธ 4:1 เชิงอรรถ a) และการทรมานทั้งหมดนี้เป็นวิถีทางส่วนหนึ่งที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้พระศาสนจักรพัฒนาก้าวหน้าไป เปาโลรู้สึกว่า ในฐานะที่พระคริสตเจ้าได้ทรงเลือกตนให้นำข่าวดีไปประกาศแก่คนต่างศาสนานั้น เปาโลได้รับเรียกเป็นพิเศษให้มาทำให้การทรมานนี้สำเร็จบริบูรณ์ไป

m แต่ก่อนนี้ ชาวยิวคิดว่าคนต่างศาสนาจะไม่มีวันได้รับความรอดพ้น เพราะความรอดพ้นถูกจำกัดไว้สำหรับ “อิสราเอล” เท่านั้น คนต่างศาสนาจึงดูเหมือนว่าจะไม่มีพระผู้ไถ่ ดังนั้น จึงไม่มีความหวังใดๆ ทั้งสิ้น (อฟ 2:12) ธรรมล้ำลึก หรือความลับที่พระเจ้าทรงเปิดเผยให้ทราบในขณะนี้คือ คนต่างศาสนาก็ได้รับเรียกให้มารับความรอดพ้นและสิริรุ่งโรจน์ในสวรรค์ด้วย โดยการรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า (ดู อฟ 2:13-22; 3:3-6)

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก