"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

ความเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ

3 1ถ้าท่านทั้งหลายกลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเจ้าแล้ว ก็จงใฝ่หาแต่สิ่งที่อยู่เบื้องบนเถิด ณ ที่นั้นพระคริสตเจ้าประทับเบื้องขวาของพระเจ้า 2จงคิดถึงแต่สิ่งที่อยู่เบื้องบน อย่าพะวงถึงสิ่งของบนแผ่นดินนี้ 3เพราะท่านทั้งหลายตายไปแล้วและชีวิตของท่านก็ซ่อนอยู่กับพระคริสตเจ้าในพระเจ้า 4เมื่อพระคริสตเจ้าองค์ชีวิตของท่านaจะทรงสำแดงพระองค์ เมื่อนั้นท่านจะปรากฏพร้อมกับพระองค์ในพระสิริรุ่งโรจน์bด้วย

III. คำเตือนใจ

 

กฎความประพฤติทั่วไปของคริสตชน

5ท่านทั้งหลายจงขจัดโลกียวิสัยcในตัวท่าน คือการผิดประเวณี ความลามก กิเลสตัณหา ความปรารถนาในทางชั่วร้าย และความโลภซึ่งเป็นเหมือนการกราบไหว้รูปเคารพอย่างหนึ่ง 6โลกียวิสัยเหล่านี้นำการตัดสินลงโทษของพระเจ้าลงมายังผู้ดื้อรั้นd 7ครั้งหนึ่งท่านก็เคยเป็นเช่นนี้ เคยดำเนินชีวิตในกิเลสตัณหาเหล่านี้ 8แต่บัดนี้ ท่านจงขจัดทุกอย่าง คือความโกรธ ความโมโหร้าย การปองร้าย การสาปแช่ง และการพูดหยาบคาย 9อย่าพูดเท็จต่อกัน ท่านทั้งหลายได้ปลดเปลื้องวิสัยมนุษย์เก่า และการกระทำตามวิสัยมนุษย์เก่า 10และสวมใส่วิสัยมนุษย์ใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อมุ่งไปหาความรู้ตามภาพลักษณ์ขององค์พระผู้สร้างe 11ดังนั้น การเป็นชาวกรีกหรือชาวยิว การเข้าสุหนัตหรือไม่เข้าสุหนัต การเป็นอนารยชน เป็นชาวสิเธีย เป็นทาสหรือเป็นคนอิสระก็ไม่สำคัญอีกต่อไป ที่สำคัญก็คือพระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นทุกสิ่งในทุกคนf

12ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่รักของพระองค์ จงเห็นใจกัน จงมีความใจดี ความถ่อมตน ความอ่อนโยนและความพากเพียรอดทนเป็นเสมือนเครื่องประดับตน 13จงผ่อนหนักผ่อนเบากัน หากมีเรื่องผิดใจก็จงยกโทษกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้อภัยความผิดของท่านอย่างไร ท่านก็จงให้อภัยอย่างนั้นเถิด 14แต่เหนือสิ่งใดจงมีความรัก ซึ่งรวมเราไว้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ 15ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าครอบครองดวงใจของท่าน พระเจ้าทรงเรียกท่านทั้งหลายให้รวมเป็นกายเดียวกัน ก็เพื่อจะได้บรรลุถึงสันติสุขนี้เอง จงระลึกถึงพระคุณนี้เถิด

16ขอพระวาจาของพระคริสตเจ้าgสถิตในท่านอย่างเต็มเปี่ยม จงสอนและตักเตือนกันด้วยปรีชาญาณ จงขอบพระคุณพระเจ้าโดยการขับร้องบทเพลงสดุดี เพลงสรรเสริญ และบทเพลงศักดิ์สิทธิ์hต่างๆ จากใจจริง 17ท่านจะพูดเรื่องใดหรือทำกิจการใด ก็จงพูดจงทำในพระนามพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดาโดยทางพระองค์เถิด

จริยธรรมในครอบครัวi

18ภรรยา จงอยู่ใต้อำนาจของสามีตามสมควรในองค์พระผู้เป็นเจ้า

19สามี จงรักภรรยาและอย่าทำให้นางรู้สึกขมขื่น

20บุตร จงเชื่อฟังบิดามารดาในทุกสิ่ง เพราะการกระทำเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า

21บิดาก็จงอย่าขัดใจบุตรเกินไป จนเขาท้อแท้หมดกำลังใจ

22ทาส จงเชื่อฟังเจ้านายในโลกนี้ในทุกสิ่ง อย่ารับใช้เพียงเมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อให้มนุษย์พอใจเท่านั้น แต่จงรับใช้จากใจจริง โดยมีความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้าj 23ไม่ว่าทำสิ่งใด จงทำจากใจ ประหนึ่งว่าทำเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่เพื่อมนุษย์ 24ท่านรู้แล้วว่า ท่านจะได้รับมรดกkจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นรางวัล จงรับใช้พระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด 25ผู้ที่กระทำผิดจะได้รับโทษตามความผิดนั้น เพราะพระเจ้าไม่ทรงลำเอียง

 

3 a สำเนาโบราณบางฉบับว่า ของเรา

b คริสตชนชิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้าเมื่อรับศีลล้างบาป (2:12) ดังนั้น จึงมีชีวิตเดียวกันกับที่พระองค์ทรงมีในสวรรค์ (ดู อฟ 2:6 เชิงอรรถ e) แต่ชีวิตฝ่ายจิตนี้ยังไม่ปรากฏแจ้งและยังไม่มีความรุ่งโรจน์อย่างที่จะได้รับเมื่อพระคริสตเจ้าจะเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ (parousia)

c ศีลล้างบาปทำให้คริสตชนมีส่วนร่วมในการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้าอย่างสมบูรณ์ในทันที แต่การชิดสนิทกับพระคริสตเจ้าเช่นนี้ยังไม่ปรากฏแจ้ง (2:12ฯ, 20; 3:1-4; รม 6:4 เชิงอรรถ e) แต่ในทางปฏิบัติในชีวิตปัจจุบันในโลกนี้ คริสตชนต้องพัฒนาความชิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้านี้ทีละเล็กละน้อย โดยหลักการ คริสตชนได้ตายแล้วก็จริง แต่ทุกๆ วันเขายังต้องปราบธรรมชาติมนุษย์เก่า ซึ่งยังคงแสดงฤทธิ์ในตัวเขาอยู่อีก

d สำเนาโบราณบางฉบับ รวมทั้งฉบับพิมพ์ปัจจุบันหลายฉบับละวลีที่ว่า ยังผู้ดื้อรั้น แต่วลีนี้น่าจะมีอยู่ในต้นฉบับดั้งเดิม เพราะ อฟ 2:2-3 และ 5:6 ดูเหมือนได้คัดวลีนี้มาจากข้อความตอนนี้

e มนุษยชาติซึ่งจะต้องเป็น ภาพลักษณ์ของพระเจ้า (ปฐก 1:26 เชิงอรรถ m) ได้หลงไปเมื่อพยายามแสวงหา ความรู้ดีรู้ชั่ว เหนือจากพระประสงค์ของพระเจ้า (ปฐก 2:17 เชิงอรรถ j) จึงได้กลับเป็นทาสของบาปและกิเลสตัณหา (รม 5:12 เชิงอรรถ g) นี่เป็น มนุษย์เก่า ซึ่งจะต้องตาย (รม 6:6; อฟ 4:22) ส่วน มนุษย์ใหม่ นั้น บังเกิดอีกครั้งหนึ่งในพระคริสตเจ้า (อฟ 2:15 เชิงอรรถ n) ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่แท้จริงของพระเจ้า (รม 8:29 เชิงอรรถ n) ด้วยวิธีนี้มนุษยชาติจึงรับความชอบธรรมเดิมที่สูญเสียไปกลับคืนมา และยังบรรลุถึงความรู้แท้จริงว่าอะไรถูกอะไรผิดอีกด้วย (1:9; ฮบ 5:14)

f มนุษยชาติใหม่ที่ได้รับการกอบกู้จะไม่แบ่งออกเป็นเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมและชนชั้นวรรณะทางสังคมอีกต่อไป ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนับตั้งแต่เมื่อมนุษย์ได้ทำบาป พระคริสตเจ้าคือผู้ที่ก่อให้เกิดเอกภาพใหม่ดังกล่าวนี้

g สำเนาโบราณบางฉบับว่า ขององค์พระผู้เป็นเจ้า หรือ ของพระเจ้า บางทีในต้นฉบับเดิมอาจมีเพียงคำว่า พระวาจาหรือพระวจนาตถ์ เท่านั้น (เทียบ ฟป 1:14; 2:30)

h บทเพลงศักดิ์สิทธิ์ อาจหมายถึงบทเพลงที่คนหนึ่งแต่งขึ้นโดยฉับพลันจากการดลใจของพระจิตเจ้า ขณะที่ร่วมชุมนุมประกอบพิธีกรรม (เทียบ 1 คร 12:7ฯ; 14:26)

i เปาโลได้นำกฎจริยธรรมทั่วๆ ไปมาใช้กับชีวิตคริสตชน โดยเพิ่มวลี ในองค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งมีความหมายว่า ตามแนวทางชีวิตคริสตชน เปาโลจะพัฒนาการประยุกต์เช่นนี้อีกใน อฟ 5:21ฯ

j คำภาษากรีก Kyrios หมายถึง เจ้านายในโลกนี้ หรือ องค์พระผู้เป็นเจ้า เปาโลใช้คำเดียวกันในประโยคนี้ เพื่อสอนว่า พระคริสตเจ้าทรงเป็นนายของทาสและนายของผู้เป็นนายด้วย

k การที่ทาสจะได้รับมรดกด้วยนั้น (เทียบ มธ 21:35-38; ลก 15:19; กท 4:1-2) เป็นเครื่องหมายที่เด่นชัดของระบบสังคมใหม่ที่เกิดขึ้นในพระคริสตเจ้า (ดู รม 8:15-17; กท 4:3-7; ฟม 16)

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก