"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

เหตุการณ์ที่ชวนให้กลับใจ

          13 1ในเวลานั้น คนบางคนเข้ามาทูลพระเยซูเจ้าถึงเรื่องชาวกาลิลีซึ่งถูกปีลาตสั่งประหารชีวิตในขณะที่เขากำลังถวายเครื่องบูชาa พระองค์จึงตรัสตอบเขาว่า 2“ท่านคิดว่าชาวกาลิลีเหล่านี้เป็นคนบาปมากกว่าชาวกาลิลีทุกคนหรือ จึงต้องถูกฆ่าเช่นนี้ 3มิได้ เราบอกท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกท่านจะพินาศไปเช่นกัน 4แล้วคนสิบแปดคนที่ถูกหอสิโลอัมพังทับเสียชีวิตเล่า ท่านคิดว่าคนเหล่านั้นมีความผิดมากกว่าคนอื่นทุกคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มหรือ 5มิได้ เราบอกท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกท่านจะพินาศไปเช่นเดียวกัน”

อุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศไร้ผลb

          6พระเยซูเจ้าตรัสเป็นอุปมาเรื่องนี้ว่า “ชายผู้หนึ่งปลูกต้นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งในสวนองุ่นของตน เขามามองหาผลที่ต้นนั้น แต่ไม่พบ 7จึงพูดกับคนสวนว่า ‘ดูซิ สามปีแล้วcที่ฉันมองหาผลจากมะเดื่อเทศต้นนี้แต่ไม่พบ จงโค่นมันเถิด เสียที่เปล่าๆ’ 8แต่คนสวนตอบว่า ‘นายครับ ปล่อยมันไว้อีกสักปีหนึ่งเถิด ผมจะพรวนดินรอบต้น ใส่ปุ๋ย 9ดูซิว่าปีหน้ามันจะออกผลหรือไม่ ถ้าไม่ออกผล ท่านจะโค่นทิ้งเสียก็ได้’”

พระเยซูเจ้าทรงรักษาสตรีพิการในวันสับบาโต

          10ขณะนั้น พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนอยู่ในศาลาธรรมแห่งหนึ่งในวันสับบาโต 11สตรีคนหนึ่งถูกปีศาจสิง เจ็บป่วยมาสิบแปดปีแล้ว หลังค่อม ยืดตัวตรงไม่ได้เลยd 12เมื่อพระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็น จึงทรงเรียกนางเข้ามาและตรัสว่า “นางเอ๋ย เธอพ้นจากความพิการของเธอแล้ว” 13พระองค์ทรงปกพระหัตถ์เหนือนาง ทันใดนั้น นางก็ยืดตัวตรงและถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

          14แต่หัวหน้าศาลาธรรมรู้สึกขัดเคืองที่พระเยซูเจ้าทรงรักษาโรคในวันสับบาโตe จึงกล่าวแก่ประชาชนว่า “วันที่ทำงานได้มีถึงหกวัน จงมารับการรักษาโรคในวันเหล่านั้นเถิด อย่ามาในวันสับบาโตเลย” 15องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสตอบว่า “เจ้าคนหน้าซื่อใจคด เจ้าแต่ละคนมิได้แก้โคหรือลาจากรางหญ้า พาไปกินน้ำในวันสับบาโตดอกหรือ 16หญิงผู้นี้เป็นบุตรหญิงของอับราฮัม ซึ่งซาตานล่ามไว้เป็นเวลาสิบแปดปีแล้ว ไม่สมควรที่จะถูกแก้จากพันธนาการนี้ในวันสับบาโตด้วยหรือ” 17เมื่อพระองค์ตรัสดังนี้แล้ว ผู้ต่อต้านทุกคนของพระองค์รู้สึกอับอาย ขณะที่ประชาชนต่างชื่นชมยินดีเมื่อเห็นการอัศจรรย์ทั้งหลายที่ทรงกระทำ

อุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ด

18พระเยซูเจ้าตรัสต่อไปว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าเหมือนกับสิ่งใด เราจะเปรียบพระอาณาจักรกับสิ่งใด 19พระอาณาจักรก็เหมือนกับเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งชายคนหนึ่งทิ้งไว้ในสวนของตน มันเติบโตขึ้นและกลายเป็นต้นไม้ จนกระทั่งบรรดานกในอากาศมาทำรังอาศัยบนกิ่งได้”

อุปมาเรื่องเชื้อแป้ง

20พระองค์ยังตรัสอีกว่า “เราจะเปรียบพระอาณาจักรของพระเจ้ากับสิ่งใด 21พระอาณาจักรก็เหมือนกับเชื้อแป้งที่หญิงคนหนึ่งนำมาเคล้าผสมกับแป้งสามถังจนแป้งฟูขึ้นทั้งหมด”

ประตูแคบ ชาวยิวปฏิเสธไม่ยอมรับพระเยซูเจ้า คนต่างศาสนาfได้รับเรียก

22พระเยซูเจ้าเสด็จผ่านเมืองและหมู่บ้าน ทรงสั่งสอนประชาชนและทรงเดินทางมุ่งไปกรุงเยรูซาเล็ม 23คนคนหนึ่งทูลถามพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า มีน้อยคนใช่ไหมที่รอดพ้นได้” พระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า 24“จงพยายามเข้าทางประตูแคบ เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่าหลายคนพยายามจะเข้าไป แต่จะเข้าไม่ได้

25เมื่อเจ้าของบ้านจะลุกขึ้นเพื่อปิดประตู ท่านจะยืนอยู่ข้างนอก เคาะประตูพูดว่า ‘นายเจ้าข้า เปิดประตูให้พวกเราด้วย’ แต่เขาจะตอบว่า ‘เราไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาจากที่ใด’ 26แล้วท่านก็จะพูดว่า ‘พวกเราได้กินได้ดื่มอยู่กับท่าน ท่านได้สอนในลานสาธารณะของเรา’ 27แต่เจ้าของบ้านจะตอบว่า ‘เราไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาจากที่ใด ไปให้พ้นจากเราเถิด เจ้าทั้งหลายที่ทำการอยุติธรรม

28เวลานั้น ท่านทั้งหลายจะร่ำไห้คร่ำครวญและขบฟันด้วยความขุ่นเคือง เมื่อแลเห็นอับราฮัม อิสอัคและยาโคบกับบรรดาประกาศกในพระอาณาจักรของพระเจ้า แต่ท่านทั้งหลายกลับถูกไล่ออกไปข้างนอก 29จะมีคนจากทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ทิศเหนือและทิศใต้ มานั่งร่วมโต๊ะในพระอาณาจักรของพระเจ้า

30ดังนั้น พวกที่เป็นกลุ่มสุดท้ายจะกลับกลายเป็นกลุ่มแรก และพวกที่เป็นกลุ่มแรกจะกลับกลายเป็นกลุ่มสุดท้าย”

กษัตริย์เฮโรดเจ้าเล่ห์

31เวลานั้น ชาวฟาริสีบางคนเข้ามาทูลพระเยซูเจ้าว่า “ท่านจงเดินทางออกไปจากที่นี่เถิด เพราะกษัตริย์เฮโรดgต้องการจะฆ่าท่าน” 32พระองค์ตรัสตอบว่า “จงไปบอกเจ้าสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นว่า เราขับไล่ปีศาจและรักษาโรค วันที่สามhเราจะบรรลุถึงเป้าหมายI 33แต่วันนี้ พรุ่งนี้ และมะรืนนี้ เราจะต้องเดินทางต่อไป เพราะประกาศกจะตายนอกกรุงเยรูซาเล็มไม่ได้”j

คำตักเตือนต่อกรุงเยรูซาเล็ม

34“เยรูซาเล็มเอ๋ย เยรูซาเล็ม เจ้าฆ่าประกาศก เอาหินทุ่มผู้ที่พระเจ้าทรงส่งมาหาเจ้า กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เราต้องการรวบรวมบุตรของเจ้าเหมือนดังแม่ไก่รวบรวมลูกไว้ใต้ปีก แต่เจ้าไม่ต้องการ 35บัดนี้ บ้านของท่านทั้งหลายจะต้องถูกทิ้งร้าง เราบอกท่านทั้งหลายว่า ท่านจะไม่เห็นเราอีกจนถึงเวลาที่ท่านจะกล่าวว่า

‘ขอถวายพระพรแด่ผู้ที่มาในพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้า’”

 

13 a เราไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้หรือเหตุการณ์ที่กล่าวถึงในข้อ 4 แต่ความหมายของเหตุการณ์ทั้งสองนี้ชัดเจน บาปไม่ใช่เหตุผลโดยตรงของเหตุร้ายต่างๆ (เทียบ ยน 9:3) แต่เหตุร้ายเช่นนี้เป็นโอกาสที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อเตือนมนุษย์ให้กลับใจ

b เหตุการณ์เรื่องต้นมะเดื่อเทศถูกสาปให้เหี่ยวเฉาใน มก 11:20-25 อาจทำให้เราคิดว่าพระเยซูเจ้าทรงเคร่งครัด แต่ ลก ใช้อุปมาเรื่องนี้เพื่อแสดงความเพียรอดทนของพระองค์มากกว่า

c “สามปีแล้ว” บางคนคิดว่า วลีนี้เป็นการกล่าวพาดพิงถึงระยะเวลาที่พระเยซูเจ้าทรงเทศนาสั่งสอนตามที่เราทราบจากพระวรสารของยอห์น

d หรือ “ไม่สามารถตั้งศีรษะให้ตรงได้”

e หัวหน้าศาลาธรรมคิดว่าการรักษาโรคเป็น “งาน” ที่ต้องห้ามในวันสับบาโตตามธรรมบัญญัติ

f แหล่งข้อมูลที่ ลก ใช้ในที่นี้ ได้รวบรวมพระวาจาของพระเยซูเจ้าไว้ด้วยกันแล้ว แต่ มธ ได้แยกพระวาจาเหล่านี้กระจายไว้ในส่วนต่างๆ ของพระวรสาร (ดู 9:51 เชิงอรรถ l) ความคิดหลักของพระวาจากลุ่มนี้ที่ ลก ยังรักษาไว้ ดูเหมือนจะเป็นการที่อิสราเอลไม่ยอมเชื่อในพระคริสตเจ้า แต่คนต่างศาสนาถูกเรียกมารับความรอดพ้น ความสัมพันธ์ทางสายโลหิตกับพระเยซูเจ้าไม่สามารถช่วยชาวอิสราเอลให้พ้นจากโทษที่ความประพฤติของเขาสมควรจะได้รับ (ข้อ 25-27; เทียบ 3:7-9//; ยน 8:33ฯ) ชาวอิสราเอลมีโอกาสน้อยมากที่จะพบหนทางไปสู่ความรอดพ้น (ข้อ 23-24) จนว่าผู้ที่เป็นพวกแรกจะต้องเป็นพวกสุดท้าย (ข้อ 30 เทียบ มธ 20:16) และจะเห็นคนต่างศาสนาเข้ามานั่งในงานเลี้ยงฉลองของพระเมสสิยาห์แทนที่พวกเขา (ข้อ 28-29)

g หมายถึงกษัตริย์เฮโรดอันทิปาส (ดู 3:1 เชิงอรรถ c) ถ้ากษัตริย์เฮโรดได้ขู่ที่จะกำจัดพระเยซูเจ้าจริงๆ ก็สมควรจะได้รับสมญาว่า “สุนัขจิ้งจอก” ซึ่งหมายถึงความเจ้าเล่ห์ปลิ้นปล้อน

h สำนวนนี้ หมายถึงช่วงเวลาสั้นๆ

I ประโยคนี้มีความหมายหลายอย่าง หมายถึง การสิ้นพระชนม์และการบรรลุถึงความสมบูรณ์ของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรง “บรรลุถึงความสมบูรณ์” อาศัยการรับทรมานและการสิ้นพระชนม์ (ฮบ 2:10; 5:9 เทียบ ยน 19:30)

j พระวาจาประโยคนี้น่าจะมีความหมายว่า “งานของเราใกล้จะสิ้นสุดแล้ว แต่ยังไม่เสร็จทีเดียว เรายังต้องขับไล่ปีศาจและรักษาโรคต่อไป ขณะที่กำลังเดินทางไปกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นที่ที่เราต้องจบชีวิต” (ดู 2:38 เชิงอรรถ o) ในทำนองเดียวกัน ใน ยน 7:30; 8:20 (เทียบ 8:59; 10:39; 11:54) ศัตรูของพระเยซูเจ้าไม่มีอำนาจใดๆ เหนือพระองค์ตราบที่ “เวลาของพระองค์ยังมาไม่ถึง”

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก