"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

VII. หลังการกลับคืนพระชนมชีพ

 

พระคูหาว่างเปล่า ข่าวดีจากทูตสวรรค์

          24 1ตั้งแต่เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ บรรดาสตรีนำเครื่องหอมที่เตรียมไว้มาที่พระคูหา 2เขาพบว่าก้อนหินถูกกลิ้งออกไปจากพระคูหาแล้ว 3เมื่อเข้าไปในพระคูหาก็ไม่พบพระศพของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า 4ขณะที่บรรดาสตรีประหลาดใจกับเหตุการณ์นี้ บุรุษสองคนสวมเสื้อที่เป็นประกายรุ่งโรจน์ยืนอยู่ใกล้ๆ 5สตรีเหล่านั้นตกใจกลัวและก้มหน้าลงมองพื้นดิน แต่บุรุษทั้งสองคนพูดว่า “ทำไมท่านมองหาผู้เป็นในหมู่ผู้ตายเล่า 6พระองค์มิได้ประทับอยู่ที่นี่ พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว จงระลึกถึงพระวาจาที่พระองค์ตรัสกับท่านขณะที่ยังประทับอยู่ในแคว้นกาลิลีa7ว่า บุตรแห่งมนุษย์จำต้องถูกมอบในมือของคนบาป จะต้องถูกตรึงกางเขนและจะกลับคืนพระชนมชีพในวันที่สาม” 8บรรดาสตรีจึงระลึกถึงพระวาจาของพระองค์ได้

อัครสาวกไม่ยอมเชื่อสตรี

          9เมื่อกลับจากพระคูหาแล้ว บรรดาสตรีเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้อัครสาวกสิบเอ็ดคนและศิษย์ทุกคน 10สตรีเหล่านี้คือมารีย์ชาวมักดาลา โยอันนา และมารีย์มารดาของยากอบ สตรีอื่นๆ ที่ไปพร้อมกันก็ได้เล่าเรื่องนี้ให้อัครสาวกฟังด้วย 11แต่เขาคิดว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นเรื่องเหลวไหลและไม่เชื่อ

เปโตรไปที่พระคูหา

          12bเปโตรวิ่งไปที่พระคูหา ก้มลงดู เห็นแต่ผ้าห่อพระศพเท่านั้น จึงกลับมาบ้านและประหลาดใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

การเดินทางไปหมู่บ้านเอมมาอูส

          13วันนั้น ศิษย์สองคนกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเอมมาอูส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณสิบเอ็ดกิโลเมตรc 14ทั้งสองคนสนทนากันถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น 15ขณะที่กำลังสนทนาและถกเถียงกันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาร่วมเดินทางด้วย 16แต่เขาจำพระองค์ไม่ได้dเหมือนดวงตาถูกปิดบัง 17พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านเดินสนทนากันเรื่องอะไร” ทั้งสองคนก็หยุดเดิน ใบหน้าเศร้าหมองe

          18ศิษย์ที่ชื่อเคลโอปัสถามว่า “ท่านเป็นเพียงคนเดียวที่แวะมาในกรุงเยรูซาเล็มหรือ ซึ่งไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่นเมื่อสองสามวันมานี้” 19พระองค์ตรัสถามว่า “เรื่องอะไรกัน” เขาตอบว่า “ก็เรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธf ประกาศกทรงอำนาจในกิจการและคำพูดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้าประชาชนทั้งปวง 20บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้นำของเรามอบพระองค์ให้ต้องโทษประหารชีวิต และตรึงพระองค์บนไม้กางเขน 21เราเคยหวังไว้ว่าพระองค์จะทรงปลดปล่อยอิสราเอลให้เป็นอิสระ แต่นี่เป็นวันที่สามแล้วตั้งแต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 22สตรีบางคนในกลุ่มของเราทำให้เราประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไปที่พระคูหาตั้งแต่เช้าตรู่ 23เมื่อไม่พบพระศพ เขากลับมาเล่าว่าได้เห็นนิมิตของทูตสวรรค์ซึ่งพูดว่า พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ 24บางคนในกลุ่มของเราgไปที่พระคูหา และพบทุกอย่างดังที่บรรดาสตรีเล่าให้ฟัง แต่ไม่เห็นพระองค์”

          25พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “เจ้าคนเขลาเอ๋ย ใจของเจ้าช่างเชื่องช้าที่จะเชื่อข้อความที่บรรดาประกาศกกล่าวไว้ 26พระคริสตเจ้าจำเป็นต้องทนทรมานเช่นนี้เพื่อจะเข้าไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มิใช่หรือ” 27แล้วพระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ให้เขาฟัง โดยเริ่มตั้งแต่โมเสสจนถึงบรรดาประกาศก

          28เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินพร้อมกับศิษย์ทั้งสองคนใกล้จะถึงหมู่บ้านที่เขาตั้งใจจะไป พระองค์ทรงทำท่าว่าจะทรงพระดำเนินเลยไป 29แต่เขาทั้งสองคนรบเร้าพระองค์ว่า “จงพักอยู่กับพวกเราเถิด เพราะใกล้ค่ำและวันก็ล่วงไปมากแล้ว” พระองค์จึงเสด็จเข้าไปพักกับเขา 30ขณะประทับที่โต๊ะกับเขา พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงถวายพระพร ทรงบิขนมปังและทรงยื่นให้เขา 31เขาก็ตาสว่างและจำพระองค์ได้ แต่พระองค์หายไปจากสายตาของเขา 32ศิษย์ทั้งสองคนจึงพูดกันว่า “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือเมื่อพระองค์ตรัสกับเราขณะเดินทาง และทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง”

          33เขาทั้งสองคนจึงรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็มในเวลานั้น พบบรรดาอัครสาวกสิบเอ็ดคนกำลังชุมนุมกันอยู่กับศิษย์คนอื่นๆ 34เขาเหล่านี้บอกว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วจริงๆ และทรงสำแดงพระองค์แก่ซีโมน” 35ศิษย์ทั้งสองคนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเล่าว่าตนจำพระองค์ได้เมื่อทรงบิขนมปังh

พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่บรรดาอัครสาวก

          36ขณะที่บรรดาศิษย์กำลังสนทนากันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ในหมู่เขา ตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” 37เขาต่างตกใจกลัว คิดว่าได้เห็นผี 38แต่พระองค์ตรัสว่า “ท่านวุ่นวายใจทำไม เพราะเหตุใดท่านจึงมีความสงสัยในใจ 39จงดูมือและเท้าของเราซิ เป็นเราเองจริงๆ จงคลำตัวเราดูเถิด ผีไม่มีเนื้อ ไม่มีกระดูกอย่างที่ท่านเห็นว่าเรามี” 40iตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้เขาดูพระหัตถ์และพระบาทj 41เขายินดีและแปลกใจจนไม่อยากเชื่อ พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “ท่านมีอะไรกินบ้าง” 42เขาถวายปลาย่างชิ้นหนึ่งแด่พระองค์ 43พระองค์ทรงรับมาเสวยต่อหน้าเขา

คำแนะนำสุดท้ายแก่บรรดาอัครสาวก

          44หลังจากนั้นk พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่คือความหมายของถ้อยคำที่เรากล่าวไว้ขณะที่ยังอยู่กับท่าน ทุกสิ่งที่เขียนไว้เกี่ยวกับเราในธรรมบัญญัติของโมเสส บรรดาประกาศกและเพลงสดุดีจะต้องเป็นความจริง” 45แล้วพระองค์ทรงทำให้เขาเกิดปัญญาเข้าใจพระคัมภีร์ 46ตรัสว่า “มีเขียนไว้ดังนี้ว่า พระคริสตเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม 47จะต้องประกาศในพระนามพระองค์ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาปโดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม 48ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องทั้งหมดนี้

          49บัดนี้ เรากำลังจะส่งพระผู้ที่พระบิดาทรงสัญญาไว้มาเหนือท่านทั้งหลายl เพราะฉะนั้นท่านจงคอยอยู่ในกรุงจนกว่าท่านจะได้รับพระอานุภาพปกคลุมจากเบื้องบน”

การเสด็จสู่สวรรค์

          50พระองค์ทรงนำบรรดาศิษย์ออกไปใกล้หมู่บ้านเบธานี ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นอวยพระพร 51และขณะที่ทรงอวยพระพรนั้น พระองค์ทรงแยกไปจากเขา และทรงถูกนำขึ้นสู่สวรรค์m 52บรรดาศิษย์กราบนมัสการพระองค์n แล้วกลับไปกรุงเยรูซาเล็มด้วยความยินดียิ่ง 53เขาอยู่ในพระวิหารตลอดเวลา ถวายพระพรแด่พระเจ้าo

 

24 a ลก ไม่ต้องการกล่าวถึงเรื่องพระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์ในแคว้นกาลิลี จึงได้ดัดแปลงข้อความใน มก 16:7 เหมือนกับที่ก่อนหน้านั้นได้ละ (มก 14:28)

b แม้สำเนาโบราณหลายฉบับละข้อ 12 นี้ แต่ข้อนี้น่าจะรักษาไว้ เพราะมีลีลาการเขียนเฉพาะของทั้ง ลก และ ยน จึงอาจมาจากธรรมประเพณีร่วมกันของพระวรสารฉบับที่สามและที่สี่ เปโตรคงไม่ได้ไปที่พระคูหาแต่คนเดียว (เทียบ 24:24)

c “สิบเอ็ดกิโลเมตร” แปลตามตัวอักษรว่า “หกสิบ stadia” สำเนาโบราณบางฉบับว่า “หนึ่งร้อยหกสิบ” ยังเถียงกันไม่ยุติว่าหมู่บ้านนี้อยู่ที่ไหน เรื่องนี้มีลักษณะแตกต่างจากเรื่องพระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์หลังจากกลับคืนพระชนมชีพแล้วเรื่องอื่นๆ แต่มีความคล้ายคลึงกันกับเรื่องฟีลิปกับขันทีใน กจ 8:26-40 บุคคลในเรื่องทั้งสองนี้แต่แรกมีความสงสัยไม่เข้าใจ แต่จะได้รับคำอธิบายและเข้าใจ ในที่สุดเรื่องจะจบลงด้วยพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ (ศีลมหาสนิทหรือศีลล้างบาป)

d ในเรื่องพระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์ที่ ลก และ ยน เล่าในตอนแรก บรรดาศิษย์ไม่สามารถจำพระองค์ได้ เขาต้องการคำอธิบายหรือเครื่องหมาย (24:30 เชิงอรรถ f, 35, 37, 39-43; ยน 20:14, 16, 20; 21:4, 6-7; เทียบ มธ 28:17) พระวรกายของพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วยังคงเป็นพระกายเดียวกันก็จริง แต่จะอยู่ในสภาพใหม่ (มก 16:12) และอยู่เหนือความจำกัดทางกายภาพของโลกนี้ (ยน 20:19) เรื่องสภาพของร่างกายที่กลับคืนชีพแล้ว ดู 1 คร 15:44 เชิงอรรถ w

e สำเนาโบราณบางฉบับ ละคำว่า “ทั้งสองคนก็หยุดเดิน” อ่านว่า “ท่านสนทนาเรื่องอะไรกันมาตามทางและมีใบหน้าเศร้าหมอง”

f สำเนาโบราณบางฉบับว่า “นาซารีน” (ดู มธ 2:23 เชิงอรรถ l)

g ลก อาจใช้ธรรมประเพณีเดียวกับ ยน 20:3-10 เล่าเรื่องเปโตรและศิษย์ที่ทรงรักไปที่พระคูหา

h ใน กจ (2:42 เชิงอรรถ gg) ลก ใช้วลี “บิขนมปัง” เป็นศัพท์เทคนิค หมายถึงพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) ในเรื่องนี้วลี “บิขนมปัง” อาจมีความหมายเดียวกัน

i แม้ว่าสำเนาโบราณบางฉบับละข้อนี้ แต่เราเห็นว่า ควรจะเก็บรักษาข้อนี้ไว้ด้วย

j ลก เขียนพระวรสารสำหรับชาวกรีกที่เห็นว่า การที่ร่างกายจะกลับคืนชีพเป็นเรื่องไร้สาระ จึงได้เน้นว่าพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพมีพระวรกายจริงๆ (เทียบ ข้อ 43)

k ลก เล่าเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ เหมือนกับว่าได้เกิดขึ้นในวันเดียวกับวันที่พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ (ดู มธ 28:10 เชิงอรรถ f) แต่ กจ 1:1-8 กล่าวว่าระหว่างการกลับคืนพระชนมชีพและการเสด็จสู่สวรรค์มีช่วงเวลาสี่สิบวันคั่นอยู่

l หมายถึงพระจิตเจ้า (ดู ยน 1:33 เชิงอรรถ x; กจ 1:1-8; 2:33, 39; กท 3:14, 22; 4:6; อฟ 1:13)

m สำเนาโบราณบางฉบับละข้อความว่า “และทรงถูกนำขึ้นสู่สวรรค์” การละประโยคนี้มีอยู่ในสำเนาโบราณหลายฉบับ ทั้งในภาษาละตินและภาษากรีก การละเว้นข้อความนี้อธิบายได้ว่าเป็นความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้การเสด็จสู่สวรรค์เกิดขึ้นในวันเดียวกับวันกลับคืนพระชนมชีพ ซึ่งขัดกับ กจ 1:3, 9 ซึ่งบันทึกว่าพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ 40 วันหลังจากนั้น

n สำเนาโบราณบางฉบับละ “กราบนมัสการพระองค์แล้ว”

o พระวรสารของลูกาจบลงในพระวิหารซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้เริ่มต้น ถ้อยคำสุดท้ายของพระวรสารนี้เป็นคำแสดงความยินดีและสรรเสริญพระเจ้า

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก