"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

bible diary 2022วันจันทร์ที่ 4 เมษายน  2022
สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต
นักบุญอิสิโดโร พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร

บทอ่านจากหนังสือประกาศกดาเนียล (ดนล 13:1-9, 15-17, 19-30, 33-62)

           ในครั้งนั้น ชายผู้หนึ่งชื่อโยอาคิมอยู่ที่กรุงบาบิโลน เขาแต่งงานกับหญิงรูปงามยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้าคนหนึ่ง นางชื่อสุสันนา เป็นบุตรหญิงของ ฮิลคียาห์ บิดามารดาของนางเป็นผู้ชอบธรรม อบรมบุตรหญิงของตนตามธรรมบัญญัติของโมเสส ส่วนโยอาคิมเป็นคนร่ำรวยมาก มีสวนอยู่ใกล้บ้าน ชาวยิวมักมาเยี่ยมเขาเพราะเขาเป็นผู้น่าเคารพนับถือมากกว่าผู้อื่น

             ปีนั้น ผู้อาวุโสสองคนได้รับเลือกเป็นผู้พิพากษา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสถึงคนสองคนนี้ว่า “ความชั่วร้ายออกมาจากกรุงบาบิโลนทางผู้อาวุโสผู้พิพากษาซึ่งทำตนเป็นผู้นำประชากร”

             ผู้อาวุโสทั้งสองคนนี้มักไปที่บ้านของโยอาคิม และทุกคนที่มีคดีพิพาท มักนำคดีมาให้เขาชำระความที่นั่น เวลาประมาณเที่ยงวัน เมื่อประชาชนกลับไปบ้านแล้ว นางสุสันนามักเข้าไปเดินเล่นในสวนของสามี ผู้อาวุโสทั้งสองคนเห็นนางเข้าไปเดินเล่นในสวนทุกวัน ก็เกิดความปฏิพัทธ์ต่อนางอย่างรุนแรง เขาสูญเสียสัมปชัญญะ หันสายตาไม่มองดูเบื้องบน ลืมการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

             ต่อมาวันหนึ่ง ขณะที่เขาทั้งสองคนคอยหาโอกาส นางสุสันนาก็เข้ามาในสวนตามปรกติ มีสาวใช้เพียงสองคนตามมาด้วย นางคิดจะอาบน้ำในสวน เพราะวันนั้นอากาศร้อน ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย นอกจากผู้อาวุโสทั้งสองคนนี้ที่แอบดูนาง นางสุสันนาบอกสาวใช้ว่า “จงนำน้ำมันกับเครื่องหอมมาเถิด จงปิดประตูสวนด้วย เพราะฉันต้องการอาบน้ำ” เมื่อสาวใช้ออกไป ผู้อาวุโสทั้งสองคนก็ลุกขึ้น วิ่งเข้าไปหานาง กล่าวว่า “นี่แน่ะ ประตูสวนก็ปิดแล้ว ไม่มีใครเห็นเรา พวกเรามีความปฏิพัทธ์ต่อเธออย่างรุนแรง จงมานอนกับเราเถิด ถ้าเธอไม่ยอม เราจะเป็นพยานกล่าวหาเธอ บอกว่าหนุ่มคนหนึ่งอยู่กับเธอ เธอจึงสั่งสาวใช้ให้ออกไป” นางสุสันนาถอนใจใหญ่พูดว่า “ฉันเข้าที่อับจนเสียแล้ว ถ้าฉันยอมฉันก็ต้องตาย ถ้าฉันไม่ยอมฉันก็หนีไม่พ้นมือของท่าน แต่ให้ฉันตกอยู่ในมือของท่านโดยไม่ทำผิด ดีกว่าจะทำบาปเฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า” แล้วนางสุสันนาก็ร้องตะโกนดังสุดเสียง ผู้อาวุโสทั้งสองคนก็ร้องตะโกนปรักปรำนางด้วย คนหนึ่งวิ่งไปเปิดประตูสวน เมื่อคนในบ้านได้ยินเสียงร้องดังในสวน ก็รีบวิ่งเข้าไปทางประตูด้านข้างเพื่อดูว่าอะไรเกิดขึ้น เมื่อผู้อาวุโสเล่าเรื่องของตน บรรดาผู้รับใช้รู้สึกอับอายมาก เพราะไม่เคยมีผู้ใดกล่าวหานางสุสันนาเช่นนั้นมาก่อนเลย

              วันรุ่งขึ้น เมื่อประชาชนมาชุมนุมกันที่บ้านของโยอาคิมสามีของนาง ผู้อาวุโสทั้งสองคนก็มาด้วย เขามีเจตนาร้ายที่จะกล่าวหานางสุสันนาให้รับโทษถึงตาย เขากล่าวต่อหน้าประชาชนว่า “จงส่งคนไปตามนางสุสันนา บุตรหญิงของฮิลคียาห์ ภรรยาของโยอาคิมมาเถิด” เขาส่งคนไปตามหานาง นางก็มาพร้อมกับบิดามารดา บรรดาบุตรและญาติพี่น้องทุกคน ญาติพี่น้องและทุกคนที่เห็นนางก็ร้องไห้ ผู้อาวุโสทั้งสองคนยืนขึ้นในหมู่ประชาชน เอามือวางบนศีรษะของนาง นางสุสันนาร้องไห้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม ผู้อาวุโสพูดว่า “ขณะที่พวกเรากำลังเดินอยู่ในสวนตามลำพัง หญิงผู้นี้ก็เข้ามาในสวน พร้อมกับสาวใช้สองคน นางปิดประตูสวน สั่งสาวใช้ให้ออกไป แล้วชายหนุ่มคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาพบและนอนกับนาง พวกเราอยู่ที่มุมสวนเห็นการกระทำน่าบัดสีเช่นนี้ จึงวิ่งเข้าไปที่เขาทั้งสองคน ก็เห็นเขานอนอยู่ด้วยกัน เราพยายามจับตัวหนุ่มคนนั้น แต่เขาแข็งแรงกว่าเรา เขาเปิดประตูแล้ววิ่งหนีไป พวกเราจับหญิงผู้นี้ไว้ ถามว่า หนุ่มคนนั้นเป็นใคร แต่นางไม่ยอมบอกเรา เราเป็นพยานยืนยันเรื่องนี้”

             ทุกคนที่มาประชุมกันเชื่อเขา เพราะเขาเป็นผู้อาวุโสผู้พิพากษาประชากร จึงตัดสินลงโทษให้ประหารชีวิตนาง นางสุสันนาร้องตะโกนดังสุดเสียงว่า “ข้าแต่พระเจ้านิรันดร พระองค์ทรงทราบความลับทุกประการ และทรงทราบทุกสิ่งก่อนที่จะเกิดขึ้น พระองค์ทรงทราบว่าทั้งสองคนนี้กล่าวเท็จปรักปรำข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องตายทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ดังที่เขาเหล่านี้กล่าวร้ายปรักปรำข้าพเจ้า”

              องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงฟังเสียงของนาง ขณะที่เขากำลังนำนางไปประหารชีวิต พระเจ้าทรงดลใจชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อดาเนียล เขาร้องตะโกนเสียงดังว่า “ข้าพเจ้าไม่ยอมมีส่วนร่วมในความตายของหญิงผู้นี้” ประชาชนทุกคนหันไปถามเขาว่า “ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” ดาเนียลยืนอยู่ในหมู่คนทั้งหลาย พูดว่า “ชาวอิสราเอลเอ๋ย ทำไมท่านจึงโง่เขลาเช่นนี้ เหตุใดท่านจึงตัดสินลงโทษหญิงชาวอิสราเอลคนหนึ่งโดยไม่สืบสวนความจริงเสียก่อนเล่า จงกลับไปพิจารณาคดีเถิด เพราะคนเหล่านี้เป็นพยานเท็จปรักปรำนาง”

              ประชาชนทุกคนก็รีบกลับไป บรรดาผู้อาวุโสพูดกับดาเนียลว่า “เชิญมานั่งกับพวกเรา จงแสดงความคิดของท่านให้เราฟังเถิด เพราะพระเจ้าประทานความเฉลียวฉลาดเยี่ยงผู้อาวุโสให้แก่ท่าน” ดาเนียลตอบเขาว่า “จงแยกสองคนนี้ให้อยู่คนละแห่ง แล้วข้าพเจ้าจะสอบสวนเขา” เมื่อแยกทั้งสองคนจากกันแล้ว ดาเนียลก็เรียกคนหนึ่งมาถามว่า “ท่านนี่ ยิ่งแก่ก็ยิ่งชั่ว บัดนี้ บาปที่ท่านเคยทำในอดีตก็ปรากฏให้เห็น ท่านเคยตัดสินคดีอย่างอยุติธรรม ลงโทษคนบริสุทธิ์ และยกโทษให้ผู้ทำผิด ทั้งๆ ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ‘อย่าประหารชีวิตผู้ชอบธรรมและบริสุทธิ์’ บัดนี้ ถ้าท่านเห็นหญิงคนนี้จริงๆ จงบอกซิว่า ท่านเห็นเขาทั้งสองคนอยู่ด้วยกันใต้ต้นไม้อะไร” เขาตอบว่า “ใต้ต้นยาง” ดาเนียลพูดว่า “โดยแท้จริงแล้ว ท่านพูดเท็จกล่าวโทษตนเอง ทูตสวรรค์ของพระเจ้าจะผ่าท่านเป็นสองส่วนตามพระบัญชาของพระองค์” ดาเนียลส่งเขากลับไปยังที่ของตน สั่งให้นำอีกคนหนึ่งออกมา พูดว่า “ท่านนี่เป็นเชื้อสายชาวคานาอัน ไม่ใช่ชาวยูดาห์ ความงดงามหลอกลวงท่าน ตัณหาทำให้ใจของท่านหลงผิดไป ท่านทั้งสองคนเคยทำเช่นนี้กับบุตรหญิงชาวอิสราเอล และเขาเหล่านั้นยอมทำตามใจท่านเพราะความกลัว แต่บุตรหญิงชาวยูดาห์ผู้นี้ ทนความชั่วร้ายของท่านไม่ได้ บัดนี้ จงบอกมาซิ ท่านพบเขาทั้งสองคนอยู่ด้วยกันใต้ ต้นไม้อะไร” เขาตอบว่า “ใต้ต้นโอ๊ค” ดาเนียลจึงพูดว่า “โดยแท้จริงแล้ว ท่านพูดเท็จกล่าวโทษตนเอง ทูตสวรรค์ของพระเจ้าถือดาบคอยฟันท่านเป็นสองท่อน ท่านทั้งสองคนจะต้องตายแน่”

                คนทั้งหลายที่ชุมนุมกันต่างตะโกนเสียงดังด้วยความยินดี ถวายพระพรแด่พระเจ้าผู้ทรงช่วยผู้วางใจในพระองค์ให้รอดพ้น เขาทั้งหลายรุมกล่าวโทษผู้อาวุโสทั้งสองคน เพราะดาเนียลทำให้เขาต้องยอมสารภาพว่าได้เป็นพยานเท็จ ประชาชนจึงลงโทษเขาเช่นเดียวกับที่เขาพยายามทำกับผู้อื่น โดยประหารชีวิตคนทั้งสอง ตามที่ธรรมบัญญัติของโมเสสกำหนดไว้ ในวันนั้นผู้บริสุทธิ์ก็ได้รอดชีวิต

 

บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 8:12-20)

          เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับประชาชนว่า

          “เราเป็นแสงสว่างส่องโลก ผู้ที่ตามเรามา จะไม่เดินในความมืด แต่จะมีแสงสว่างส่องชีวิต” ชาวฟาริสีกล่าวกับพระองค์ว่า “ท่านเป็นพยานให้กับตนเอง คำยืนยันเป็นพยานของท่านจึงไม่น่าเชื่อถือ”

           พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “แม้เราจะเป็นพยานให้ตนเอง คำยืนยันเป็นพยานของเราก็น่าเชื่อถือ เพราะเรารู้ว่าเรามาจากไหน และกำลังจะไปไหน แต่ท่านทั้งหลายไม่รู้ว่าเรามาจากไหน และกำลังจะไปไหน ท่านพิพากษาตามมาตรการของมนุษย์ แต่เราไม่พิพากษาผู้ใด และถึงแม้ว่าเราพิพากษาผู้ใด คำพิพากษาของเราก็น่าเชื่อถือ เพราะเราไม่อยู่คนเดียว แต่พระบิดาผู้ทรงส่งเรามานั้นทรงอยู่กับเราด้วย ในธรรมบัญญัติของท่านทั้งหลายมีเขียนไว้ว่า ‘คำยืนยันเป็นพยานของคนสองคนเป็นที่น่าเชื่อถือ’ เราเป็นพยานให้ตนเอง และพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาทรงเป็นพยานให้เราด้วย”

          เขาเหล่านั้นจึงทูลถามพระองค์ว่า “พระบิดาของท่านอยู่ที่ใด” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่านทั้งหลายไม่รู้จักทั้งเรา ทั้งพระบิดาของเรา ถ้าท่านรู้จักเรา ท่านคงรู้จักพระบิดาของเราด้วย”

          พระเยซูเจ้าตรัสพระวาจานี้ในบริเวณที่วางของถวาย ขณะที่ทรงสั่งสอนอยู่ในพระวิหาร ไม่มีผู้ใดจับกุมพระองค์ เพราะเวลาของพระองค์ยังมาไม่ถึง

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก