"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

bible diary 2022วันศุกร์ที่ 15 เมษายน  2022
สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์ (อสย 52:13-53:12)    

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า

“ผู้รับใช้ของเราจะเจริญรุ่งเรือง
เขาจะได้รับการยกย่องเทิดทูนให้สูงยิ่ง

คนจำนวนมากจะตกตะลึงเมื่อเห็นเขา
หน้าตาของเขาเสียโฉมจนไม่เหมือนหน้าตามนุษย์

รูปร่างของเขาก็ผิดไปจากรูปร่างของผู้คน
ดังนั้น ชนหลายชาติจะตกตะลึงเมื่อเห็นเขา

บรรดากษัตริย์จะทรงเงียบงันต่อหน้าเขา
เพราะจะทรงเห็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยเล่า

และจะทรงเข้าใจสิ่งที่ไม่ทรงเคยได้ยิน”
ใครเล่าได้เชื่อสิ่งที่พวกเราได้ยินมา

องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแสดงพระอานุภาพให้แก่ผู้ใดบ้าง
ผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเติบโตเฉพาะพระพักตร์เหมือนต้นไม้อ่อน

เหมือนรากไม้ในดินแห้ง
เขาไม่มีความสง่าหรือความงามใดที่จะดึงดูดสายตาของเรา

เขาไม่มีหน้าตาที่ชวนมองเลย
ทุกคนดูถูกและเหยียดหยามเขา

เขาเป็นคนที่ต้องทนทุกข์และต้องเจ็บปวด
เป็นเหมือนคนที่ใครๆ เบือนหน้าหนี

เขาถูกสบประมาท ไม่มีผู้ใดสนใจเลย
โดยแท้จริงแล้ว เขาแบกความทุกข์ทรมานของพวกเรา

เขารับความเจ็บปวดของพวกเราไว้
แล้วเรากลับคิดว่าเขาถูกพระเจ้าทรงลงโทษ
ถูกโบยตีและได้รับความอัปยศ

เขาถูกแทงเพราะการล่วงละเมิดของพวกเรา
ถูกขยี้เพราะความผิดของเรา

การลงโทษที่นำสันติสุขมาให้เรากลับตกอยู่กับเขา
รอยแผลถูกโบยตีของเขารักษาเราให้หายเป็นปกติ

เราทุกคนหลงทางไปเหมือนฝูงแกะ ต่างคนต่างไปตามทางของตน
แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้ความผิดของเราทุกคนตกอยู่กับเขา

เขายอมรับทุกข์ทรมานและความอัปยศ
เขามิได้ปริปากเหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า

เหมือนแกะที่ไม่ร้องต่อหน้าคนตัดขน
เขาถูกจับกุม ถูกพิพากษา และถูกนำไปประหาร

ผู้ร่วมสมัยของเขาคนใดบ้างเป็นห่วงถึงชะตากรรมของเขา
เขาถูกพรากไปจากแผ่นดินของผู้มีชีวิต

ถูกประหารเพราะการล่วงละเมิดของประชากรของเขา
เขาถูกฝังไว้กับคนอธรรม

หลุมศพของเขาอยู่กับคนร่ำรวย
แต่เขาไม่เคยใช้ความรุนแรงกับผู้ใด

ปากของเขาไม่เคยกล่าวมุสา
ถึงกระนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าพอพระทัยให้เขาถูกขยี้ด้วยความทุกข์ทรมาน

เมื่อเขามอบตนเพื่อชดเชยบาป
เขาจะได้เห็นลูกหลาน จะมีอายุยืน

พระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะสำเร็จไปอาศัยเขา
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประกาศว่า

“หลังจากที่เขาประสบความทรมานแล้ว
เขาจะได้เห็นแสงสว่างและจะพอใจ

ความรู้ของผู้รับใช้ที่ชอบธรรมของเรา
จะนำความชอบธรรมมาให้แก่คนจำนวนมาก
เขาจะรับความผิดของคนทั้งหลายไว้เอง

ดังนั้น เราจะมอบคนจำนวนมากให้เป็นส่วนมรดกของเขา
เขาจะได้แบ่งของเชลยกับบรรดาผู้ทรงอำนาจ

เพราะเขายอมตาย ยอมให้ทุกคนคิดว่าเป็นผู้ล่วงละเมิด
แต่ที่จริง เขาแบกบาปของคนทั้งปวง

และวอนขอแทนบรรดาผู้ล่วงละเมิด”

 

บทอ่านจากจดหมายถึงชาวฮีบรู (ฮบ 4:14-16, 5:7-9)

         พี่น้อง ในเมื่อเรามีมหาสมณะยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งผ่านเข้าสู่สวรรค์แล้ว คือพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระเจ้า เราจงยึดมั่นอยู่ในการแสดงความเชื่อของเราเถิด เพราะเหตุว่า เราไม่มีมหาสมณะที่ร่วมทุกข์กับเราผู้อ่อนแอไม่ได้ แต่เรามีมหาสมณะผู้ทรงผ่านการทดลองทุกอย่างเหมือนกับเรา ยกเว้นบาป ดังนั้น เราจงเข้าไปสู่พระบัลลังก์แห่งพระหรรษทานด้วยความมั่นใจเพื่อรับพระกรุณา และพบพระหรรษทานเกื้อกูลในยามที่เราต้องการ

         ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระชนมชีพบนแผ่นดินนี้ พระองค์ทรงอธิษฐานทูลขอ คร่ำครวญและร่ำไห้ต่อพระเจ้าผู้ทรงช่วยพระองค์ให้พ้นความตายได้ พระเจ้าทรงสดับเพราะความเคารพยำเกรงของพระเยซูเจ้า ถึงแม้ว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นพระบุตร ก็ยังทรงเรียนรู้ที่จะนอบน้อมเชื่อฟังโดยการรับทรมาน และเมื่อทรงกระทำภารกิจของพระองค์สำเร็จบริบูรณ์แล้ว ก็ทรงเป็นผู้บันดาลความรอดพ้นนิรันดรแก่ทุกคนที่ยอมนอบน้อมเชื่อฟังพระองค์

 

พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า จากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 18:1-19:42)

           เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จไปพร้อมกับบรรดาศิษย์ ข้ามห้วยขิดโรน ที่นั่นมีสวนแห่งหนึ่ง พระองค์เสด็จเข้าไปพร้อมกับบรรดาศิษย์ ยูดาสผู้ทรยศรู้จักสถานที่นั้นด้วย เพราะพระองค์เคยทรงพบกับบรรดาศิษย์ที่นั่นบ่อยๆ ยูดาสนำกองทหารและยามรักษาพระวิหารที่บรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสีจัดหาให้มาที่นั่น ถือตะเกียง ไต้ และอาวุธไปด้วย พระเยซูเจ้าทรงทราบทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพระองค์ จึงเสด็จออกไปตรัสถามเขาเหล่านั้นว่า

“ท่านทั้งหลายเสาะหาใคร”

ล. เขาตอบว่า

พ. “หาเยซู ชาวนาซาเร็ธ”

ล. พระองค์ตรัสตอบว่า

“เราเป็น”

ล. ยูดาสผู้ทรยศพระองค์ก็ยืนอยู่กับพวกเขาด้วย แต่เมื่อพระองค์ตรัสว่า “เราเป็น” เขาเหล่านั้นก็ถอยหลัง ล้มลงกับพื้นดิน พระองค์ตรัสถามอีกว่า

“ท่านทั้งหลายเสาะหาใคร”

ล. เขาตอบว่า

พ. “หาเยซู ชาวนาซาเร็ธ”

ล. พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า

“เราบอกท่านทั้งหลายแล้วว่า เราเป็น ถ้าท่านเสาะหาเรา ก็จงปล่อยคนเหล่านี้ไป”

ล. ดังนี้ พระวาจาที่พระเยซูเจ้าเคยตรัสไว้จึงเป็นจริงว่า “บรรดาผู้ที่พระองค์ทรงมอบให้ข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าไม่ได้ทำให้ผู้ใดพินาศเลย” ซีโมน เปโตรมีดาบ จึงชักดาบออกมาฟันผู้รับใช้คนหนึ่งของมหาสมณะถูกใบหูข้างขวาขาด ผู้รับใช้คนนั้นชื่อมัลคัส แต่พระเยซูเจ้าตรัสแก่เปโตรว่า

“เก็บดาบใส่ฝักเสีย เราจะไม่ดื่มจากถ้วยที่พระบิดาประทานให้เราหรือ”

ล. กองทหาร ผู้บังคับกอง และยามรักษาพระวิหารที่ชาวยิวจัดให้จับกุมพระเยซูเจ้า มัดพระองค์ นำไปหาอันนาสก่อน อันนาสเป็นบิดาภรรยาของคายาฟาส ซึ่งเป็นมหาสมณะในปีนั้น คายาฟาสเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำแก่ชาวยิวว่า “จะเป็นประโยชน์มากกว่าถ้าคนเดียวจะตายเพื่อประชาชน” ซีโมน เปโตรตามพระเยซูเจ้าไปกับศิษย์อีกผู้หนึ่ง ศิษย์ผู้นั้นรู้จักมหาสมณะจึงเข้าไปในลานบ้านของมหาสมณะพร้อมกับพระเยซูเจ้า ส่วนเปโตรยืนอยู่ข้างนอกหน้าประตู ศิษย์อีกผู้หนึ่งที่รู้จักมหาสมณะนั้นได้ออกมาพูดกับหญิงเฝ้าประตู แล้วพาเปโตรเข้าไปด้วย หญิงเฝ้าประตูพูดกับเปโตรว่า

พญ. “ท่านไม่เป็นศิษย์ของชายผู้นี้ด้วยหรือ”

ล. เปโตรตอบว่า

พ. “ไม่เป็น”

ล. บรรดาผู้รับใช้และยามได้นำถ่านมาก่อไฟเพราะอากาศหนาว แล้วยืนผิงไฟกันที่นั่น เปโตรก็ยืนผิงไฟกับเขาด้วย มหาสมณะซักถามพระเยซูเจ้าถึงเรื่องศิษย์และคำสั่งสอนของพระองค์ พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า

“เราพูดให้โลกฟังอย่างเปิดเผย เราสั่งสอนในศาลาธรรมเสมอ และในพระวิหารซึ่งชาวยิวทุกคนมาชุมนุมกัน เราไม่เคยพูดสิ่งใดเป็นความลับ ท่านถามเราทำไม จงถามผู้ที่ได้ฟังเราเถิดว่า เราบอกสิ่งใดกับเขา เขารู้ว่าเราได้พูดอะไร”

ล. เมื่อพระองค์ตรัสเช่นนี้ ยามคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ที่นั่นตบพระพักตร์พระเยซูเจ้า ตวาดว่า

พ. “เจ้าตอบเช่นนี้แก่มหาสมณะได้หรือ”

 

ล. พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า

“ถ้าเราพูดผิด จงชี้ให้เห็นว่าเราผิดอย่างไร แต่ถ้าเราพูดถูก ท่านตอบหน้าเราทำไม”

 

ล. อันนาสจึงส่งพระองค์ ซึ่งยังถูกมัดอยู่ไปหามหาสมณะคายาฟาส ขณะนั้น ซีโมน เปโตรกำลังยืนผิงไฟอยู่ คนที่อยู่ด้วยจึงถามเขาว่า

พ. “ท่านไม่เป็นศิษย์ของเขาด้วยหรือ”

ล. เปโตรปฏิเสธว่า

พ. “ไม่เป็น”

ล. ผู้รับใช้คนหนึ่งของมหาสมณะเป็นญาติกับคนซึ่งเปโตรฟันใบหูขาด พูดว่า

พ. “ข้าพเจ้าเห็นท่านอยู่ในสวนกับเขามิใช่หรือ”

ล. เปโตรปฏิเสธอีกครั้งหนึ่ง ทันใดนั้น ไก่ก็ขัน
เขาเหล่านั้นนำพระเยซูเจ้าจากบ้านของคายาฟาสไปยังจวนผู้ว่าราชการ
ขณะนั้น เป็นเวลาเช้าตรู่ คนเหล่านั้นไม่เข้าไปในจวน เพื่อมิให้เป็นมลทินแก่ตน จะได้กินปัสกาได้ ปีลาตจึงออกมาพบเขาข้างนอก กล่าวว่า

พ. “ท่านทั้งหลายมีข้อกล่าวหาอะไรมาฟ้องชายคนนี้”

ล. เขาตอบว่า

พ. “ถ้าคนนี้ไม่ใช่ผู้ร้าย เราคงไม่นำมามอบให้ท่าน”

ล. ปีลาตพูดกับเขาว่า

พ. “ท่านทั้งหลายจงนำเขาไปพิพากษากันเองตามกฎหมายของท่านเถิด”

ล. ชาวยิวตอบว่า

พ. “พวกเราไม่มีอำนาจประหารชีวิตผู้ใดได้”

ล. ดังนี้ พระวาจาของพระเยซูเจ้าจึงเป็นจริงตามที่ตรัสไว้ล่วงหน้าว่า พระองค์จะต้องสิ้นพระชนม์อย่างไร ปีลาตกลับเข้าไปในจวน และเรียกพระเยซูเจ้า มาถามว่า

พ. “ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ”

ล. พระเยซูเจ้าตรัสว่า

“ท่านถามดังนี้ด้วยตนเอง หรือผู้อื่นบอกท่านถึงเรื่องของเรา”

ล. ปีลาตตอบว่า

พ. “ข้าพเจ้าเป็นชาวยิวหรือ ชนชาติของท่านและบรรดาหัวหน้าสมณะมอบท่านให้ข้าพเจ้า ท่านทำผิดสิ่งใด”

ล. พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า

“อาณาจักรของเรามิได้มาจากโลกนี้
ถ้าอาณาจักรของเรามาจากโลกนี้
ผู้รับใช้ของเราก็คงจะต่อสู่เพื่อมิให้เราถูกมอบแก่ชาวยิว
แต่อาณาจักรของเราไม่ได้เป็นของโลกนี้”

ล. ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า

พ. “ถ้าเช่นนั้น ท่านเป็นกษัตริย์ใช่ไหม”

ล. พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า

“ท่านพูดว่าเราเป็นกษัตริย์นั้นถูกต้องแล้ว
เราเกิดมาเพื่อเป็นกษัตริย์ เรามาในโลกนี้เพื่อเป็นพยานถึงความจริง
ผู้ใดอยู่ฝ่ายความจริงก็ฟังเรา”

ล. ปีลาตจึงถามว่า

พ. “ความจริงคืออะไร”

ล. พูดดังนี้แล้ว เขาก็กลับออกมาพบชาวยิวข้างนอกอีก พูดว่า

พ. “ข้าพเจ้าไม่พบข้อกล่าวหาอะไรปรักปรำชายผู้นี้ได้ แต่ท่านทั้งหลายมีธรรมเนียมให้ปล่อยนักโทษคนหนึ่งในเทศกาลปัสกา ท่านทั้งหลายต้องการให้ข้าพเจ้าปล่อยกษัตริย์ของชาวยิวหรือ”

ล. เขาเหล่านั้นจึงร้องตะโกนว่า

พพ. “อย่าปล่อยคนนี้ แต่จงปล่อยบารับบาส”

ล. บารับบาสผู้นี้เป็นโจร
ปีลาตสั่งให้นำพระเยซูเจ้าไปเฆี่ยน บรรดาทหารได้เอาหนามมาสานเป็นมงกุฎสวมพระเศียร ให้พระองค์ทรงเสื้อคลุมสีแดง ทหารเข้ามาหาพระองค์ และพูดว่า

พพ. “กษัตริย์ของชาวยิว ขอทรงพระเจริญ”

ล. แล้วตบพระพักตร์พระองค์
ปีลาตออกมาข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง พูดกับคนเหล่านั้นว่า

พ. “ดูเถิด เรานำชายผู้นี้ออกมาให้ท่านรู้ว่าเราไม่พบว่าเขามีความผิดประการใด”

ล. แล้วพระเยซูเจ้าเสด็จออกมาข้างนอก ทรงมงกุฎหนามและเสื้อคลุมสีแดง ปีลาตพูดกับประชาชนว่า

พ. “นี่คือคนคนนั้น”

ล. เมื่อบรรดาหัวหน้าสมณะและยามรักษาพระวิหารเห็นพระองค์ก็ร้องตะโกนว่า

พพ. “เอาไปตรึงกางเขน เอาไปตรึงกางเขน”

ล. ปีลาตสั่งว่า

พ. “ท่านทั้งหลาย จงนำเขาไปตรึงกางเขนกันเองเถิด เพราะเราไม่พบว่าเขามีความผิดประการใด

ล. ชาวยิวตอบว่า

พพ. “พวกเรามีกฎหมาย และตามกฎหมายนั้น เขาต้องตาย เพราะได้ตั้งตนเป็นบุตรของพระเจ้า”

ล. เมื่อปีลาตได้ยินถ้อยคำนี้ ก็มีความกลัวมากขึ้น จึงเข้าไปในจวนอีก ถามพระเยซูเจ้าว่า

พ. “ท่านมาจากไหน”

ล. พระเยซูเจ้าไม่ตรัสตอบแต่ประการใด ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า

พ. “ท่านไม่อยากพูดกับเราหรือ ท่านไม่รู้หรือว่า เรามีอำนาจจะปล่อยท่านก็ได้ จะตรึงกางเขนท่านก็ได้

ล. พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า

“ท่านไม่มีอำนาจใดเหนือเราเลย ถ้าท่านมิได้รับอำนาจนั้นมาจากเบื้องบน
ดังนั้น ผู้ที่ได้มอบเราให้ท่าน ก็มีบาปมากกว่าท่าน”

ล. ตั้งแต่เวลานั้น ปีลาตพยายามหาทางปล่อยพระองค์ ชาวยิวตะโกนว่า

พพ. “ถ้าท่านปล่อยผู้นี้ไป ท่านก็ไม่เป็นมิตรของพระจักรพรรดิ ผู้ใดตั้งตนเป็นกษัตริย์ ก็เป็นศัตรูของพระจักรพรรดิ”

ล. เมื่อปีลาตได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ ได้สั่งให้นำพระเยซูเจ้าออกมาข้างนอก ให้นั่งบนบัลลังก์พิพากษาในสถานที่ที่เรียกว่า “ลานศิลา” ภาษาฮีบรูว่า “กับบาธา”
วันนั้น เป็นวันเตรียมฉลองปัสกา เวลาประมาณเที่ยงวัน ปีลาตบอกชาวยิวว่า

พ. “นี่คือกษัตริย์ของท่านทั้งหลาย”

ล. เขาเหล่านั้นตะโกนว่า

พพ. “เอาตัวไป เอาตัวไปตรึงกางเขน”

ล. ปีลาตถามเขาว่า

พ. “จะให้เราตรึงกางเขนกษัตริย์ของท่านหรือ”

ล. บรรดาหัวหน้าสมณะตอบว่า

พพ. “พวกเราไม่มีกษัตริย์อื่น นอกจากพระจักรพรรดิ”

ล. ปีลาตจึงมอบพระองค์ให้เขาเหล่านั้นนำไปตรึงกางเขน
บรรดาทหารนำพระเยซูเจ้าไปประหาร พระองค์ทรงแบกไม้กางเขน เสด็จออกไปยังสถานที่ที่เรียกว่า “เนินหัวกะโหลก” ภาษาฮีบรูว่า “กลโกธา”
เขาตรึงพระองค์บนไม้กางเขนที่นั่นพร้อมกับนักโทษอีกสองคน อยู่คนละข้าง พระเยซูเจ้าทรงอยู่ตรงกลาง ปีลาตเขียนป้ายประกาศติดไว้บนไม้กางเขน เป็นข้อความว่า “เยซู ชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของชาวยิว” ชาวยิวจำนวนมากได้อ่านป้ายประกาศนี้ เพราะสถานที่ที่พระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงนั้นอยู่ใกล้กรุง และป้ายประกาศนั้นเขียนไว้เป็นภาษาฮีบรู ละติน และกรีก

ล. บรรดาหัวหน้าสมณะของชาวยิวกล่าวกับปีลาตว่า

พพ. “อย่าเขียนว่า ‘กษัตริย์ขอองชาวยิว’ แต่จงเขียนว่าคนนี้ได้กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์ของชาวยิว’”

ล. ปีลาตตอบว่า

พ. “เขียนแล้ว ก็แล้วไปเถอะ”

ล. เมื่อบรรดาทหารได้ตรึงพระเยซูเจ้าแล้ว ก็นำฉลองพระองค์มาแบ่งออกเป็นสี่ส่วน นำไปคนละส่วน ส่วนเสื้อยาวของพระองค์นั้นไม่มีตะเข็บ ทอเป็นผืนเดียวตลอดตั้งแต่คอจนถึงชายเสื้อ เขาจึงพูดกันว่า

พ. “เราอย่าแบ่งเสื้อตัวนี้เลย เราจับฉลากกันเถิด ดูว่าใครจะได้”

ล. ดังนี้ ก็เป็นความจริงตามพระคัมภีร์ที่ว่า “พวกเขานำเสื้อผ้าของข้าพเจ้ามาแบ่งกัน และจับสลากเสื้อยาวของข้าพเจ้า” บรรดาทหารก็ทำเช่นนี้
พระมารดาของพระเยซูเจ้าประทับยืนอยู่ข้างไม้กางเขนของพระองค์ พร้อมน้องสาวของพระนาง มารีย์ภรรยาของเคลโอปัส และมารีย์ชาวมักดาลา
เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเห็นพระมารดาและศิษย์ที่รักยืนอยู่ใกล้ๆ จึงตรัสกับพระมารดาว่า

“แม่ นี่คือลูกของคุณแม่”

ล. แล้วตรัสแก่ศิษย์ผู้นั้นว่า

“นี่คือแม่ของท่าน”

ล. นับตั้งแต่นั้น ศิษย์ผู้นั้นก็รับพระนางเป็นมารดาของตน หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว จึงตรัสว่า

“เรากระหาย”

ล. พระคัมภีร์ตอนนี้จึงเป็นความจริงด้วย
ที่นั่นมีภาชนะใบหนึ่งบรรจุน้ำองุ่นเปรี้ยวเต็มวางอยู่ ทหารจึงเอาฟองน้ำ ชุบน้ำองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายกิ่งหุสบ ยื่นถึงพระโอษฐ์ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงจิบน้ำองุ่นเปรี้ยวแล้ว ตรัสว่า

“สำเร็จบริบูรณ์แล้ว”

ล. พระองค์ทรงเอนพระเศียร สิ้นพระชนม์

(คุกเข่าเงียบๆ สักครู่หนึ่ง)

ล. วันนั้นเป็นวันเตรียมฉลอง ชาวยิวไม่ต้องการให้ศพค้างอยู่บนไม้กางเขนในวันสับบาโต เพราะวันสับบาโตวันนั้นเป็นวันฉลองยิ่งใหญ่ เขาจึงขออนุญาตปีลาต ให้ทุบขาผู้ที่ถูกตรึงและนำศพไป บรรดาทหารทุบขาคนทั้งสองซึ่งถูกตรึงพร้อมกับพระองค์ เมื่อทหารมาถึงพระเยซูเจ้า ก็เห็นว่าพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว จึงมิได้ทุบขาของพระองค์ แต่ทหารคนหนึ่งใช้หอกแทงด้านข้างพระวรกายของพระองค์ โลหิตและน้ำก็ไหลออกมาทันที ผู้ที่ได้เห็นก็เป็นพยาน คำพยานของเขาน่าเชื่อถือเขารู้ว่าเขาพูดความจริง เพื่อท่านทั้งหลายจะเชื่อด้วย

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น เพื่อข้อความในพระคัมภีร์เป็นจริงว่า “กระดูกของเขาจะไม่หักแม้เพียงชิ้นเดียว” และข้อความอีกตอนหนึ่งว่า “เขาทั้งหลายจะมองดูผู้ที่เขาแทง”

หลังจากนั้น โยเซฟชาวอาริมาเธีย ซึ่งเป็นศิษย์ลับๆ คนหนึ่งของพระเยซูเจ้าเพราะกลัวชาวยิว ขออนุญาตปีลาตอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้าลง ปีลาตก็อนุญาต เขาจึงมาอัญเชิญพระศพลง นิโคเดมัสซึ่งก่อนนั้นเคยมาเฝ้าพระองค์เวลากลางคืนก็มาด้วย เขานำเครื่องหอมที่ผสมด้วยมดยอบและว่านหางจระเข้หนักประมาณหนึ่งร้อยปอนด์ ทั้งสองคนอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้า ใช้ผ้าพันพระศพพร้อมกับใส่เครื่องหอมตามประเพณีฝังศพของชาวยิว ในสถานที่ที่พระองค์ทรงถูกตรึงนั้นมีสวนแห่งหนึ่ง สวนนี้มีคูหาขุดใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ฝังผู้ใดเลย เขาจึงอัญเชิญพระศพของพระเยซูเจ้าบรรจุไว้ที่นั่น เพราะวันนั้นเป็นวันเตรียมฉลองของชาวยิว และคูหาอยู่ใกล้

 

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก