"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

อุปมาเรื่องคนงานในสวนองุ่นa

          20 1“อาณาจักรสวรรค์เปรียบเหมือนพ่อบ้านผู้หนึ่งซึ่งออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อจ้างคนงานมาทำงานในสวนองุ่น 2ครั้นได้ตกลงค่าจ้างวันละหนึ่งเหรียญกับคนงานแล้ว ก็ส่งไปทำงานในสวนองุ่น 3ประมาณสามโมงเช้า พ่อบ้านออกมาก็เห็นคนอื่นๆ ยืนอยู่ที่ลานสาธารณะโดยไม่ทำงาน 4จึงพูดกับคนเหล่านี้ว่า ‘จงไปทำงานในสวนองุ่นของฉันเถิด ฉันจะให้ค่าจ้างตามสมควร’ 5คนเหล่านี้ก็ไป พ่อบ้านออกไปอีกประมาณเที่ยงวันและบ่ายสามโมง กระทำเช่นเดียวกัน 6ประมาณห้าโมงเย็น พ่อบ้านออกไปอีก พบคนอื่นๆ ยืนอยู่ จึงถามเขาว่า ‘ทำไมท่านยืนอยู่ที่นี่ทั้งวันโดยไม่ทำอะไร’ 7เขาตอบว่า ‘เพราะไม่มีใครมาจ้าง’ พ่อบ้านจึงพูดว่า ‘จงไปทำงานในสวนองุ่นของฉันเถิด’

          8ครั้นถึงเวลาค่ำ เจ้าของสวนบอกผู้จัดการว่า ‘ไปเรียกคนงานมา จ่ายค่าจ้างให้เขาโดยเริ่มตั้งแต่คนสุดท้ายจนถึงคนแรก’ 9เมื่อพวกที่เริ่มงานเวลาห้าโมงเย็นมาถึง เขาได้รับคนละหนึ่งเหรียญ 10เมื่อคนงานพวกแรกมาถึง เขาคิดว่าตนจะได้รับมากกว่านั้น แต่ก็ได้รับคนละหนึ่งเหรียญเช่นเดียวกัน 11ขณะรับค่าจ้างเขาก็บ่นต่อหน้าเจ้าของสวนว่า 12‘พวกที่มาสุดท้ายนี้ทำงานเพียงชั่วโมงเดียว ท่านก็ให้ค่าจ้างแก่เขาเท่ากับเรา ซึ่งต้องตรากตรำอยู่กลางแดดตลอดวัน’ 13เจ้าของสวนจึงพูดกับคนหนึ่งในพวกนี้ว่า ‘เพื่อนเอ๋ย ฉันไม่ได้โกงท่านเลย ท่านไม่ได้ตกลงกับฉันคนละหนึ่งเหรียญหรือ 14จงเอาค่าจ้างของท่านไปเถิด ฉันอยากจะให้คนที่มาสุดท้ายนี้เท่ากับให้ท่าน 15ฉันไม่มีสิทธิ์ใช้เงินของฉันตามที่ฉันพอใจหรือ ท่านอิจฉาริษยาเพราะฉันใจดีหรือ’

          16ดังนี้แหละ คนกลุ่มสุดท้ายจะกลับเป็นคนกลุ่มแรก และคนกลุ่มแรกจะกลับเป็นคนกลุ่มสุดท้าย”b

พระเยซูเจ้าทรงทำนายเรื่องพระทรมานเป็นครั้งที่สาม

          17พระเยซูเจ้ากำลังเสด็จขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทรงพาเฉพาะอัครสาวกสิบสองคนออกไป แล้วตรัสแก่เขาขณะเดินทางว่า 18“บัดนี้ พวกเรากำลังขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบแก่บรรดาหัวหน้าสมณะและบรรดาธรรมาจารย์ เขาจะถูกตัดสินประหารชีวิต 19และจะถูกมอบให้คนต่างชาติสบประมาทเยาะเย้ย โบยตีและนำไปตรึงกางเขน แต่ในวันที่สามบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพ”

มารดาของบุตรเศเบดีขอสิทธิพิเศษ

          20มารดาของบุตรเศเบดีเข้ามาเฝ้าพระองค์พร้อมกับบุตร นางกราบลงทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระองค์ 21พระองค์จึงตรัสถามนางว่า “ท่านต้องการอะไร” นางทูลว่า “ขอพระองค์ทรงอนุญาตให้บุตรทั้งสองคนของข้าพเจ้า นั่งข้างขวาคนหนึ่ง นั่งข้างซ้ายคนหนึ่งในพระอาณาจักรของพระองค์”c 22พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านไม่รู้ว่ากำลังขออะไร ท่านดื่มถ้วยdซึ่งเราจะดื่มได้หรือไม่” เขาทั้งสองคนทูลตอบว่า “ได้ พระเจ้าข้า” 23พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านจะดื่มถ้วยของเราe แต่การที่จะนั่งข้างขวาหรือข้างซ้ายของเรานั้นไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะให้ แต่สงวนไว้สำหรับผู้ที่พระบิดาของเราทรงจัดเตรียมไว้”f

ผู้นำต้องรับใช้ผู้อื่น

          24เมื่อได้ยินดังนั้น อัครสาวกอีกสิบคนรู้สึกโกรธพี่น้องสองคนนั้น 25พระเยซูเจ้าจึงทรงเรียกทุกคนมาพบ ตรัสว่า “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่าในหมู่คนต่างชาติ ผู้ปกครองย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้ใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ 26แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น 27และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในบรรดาท่านทั้งหลาย ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ 28เหมือนกับที่บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่gเพื่อมวลมนุษย์ทั้งหลาย”h

คนตาบอดสองคนที่เมืองเยรีโค

          29ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากเมืองเยรีโคพร้อมกับบรรดาศิษย์ ประชาชนจำนวนมากติดตามพระองค์ 30ชายตาบอดสองคนนั่งอยู่ริมทาง เมื่อได้ยินว่าพระเยซูเจ้ากำลังเสด็จผ่านมา เขาก็ร้องตะโกนว่า “ข้าแต่โอรสของกษัตริย์ดาวิด โปรดเมตตาเราเถิด พระเจ้าข้า” 31ประชาชนดุเขาให้เงียบ แต่เขากลับตะโกนดังกว่าเดิม “ข้าแต่โอรสของกษัตริย์ดาวิด โปรดเมตตาเราเถิด พระเจ้าข้า” 32พระเยซูเจ้าทรงหยุดและทรงเรียกทั้งสองคน ตรัสถามว่า “ท่านอยากให้เราทำอะไรให้” 33คนตาบอดทั้งสองคนทูลตอบว่า “พระเจ้าข้า ขอให้ตาของเรามองเห็นได้เถิด” 34พระเยซูเจ้าทรงสงสาร ทรงสัมผัสนัยน์ตาของเขา ทันใดนั้น เขากลับมองเห็น และติดตามพระองค์ไป

 

20 a เจ้าของสวนองุ่นออกไปจ้างคนงานหลายครั้งตั้งแต่เช้าถึงเย็น และให้ค่าจ้างเต็มวันแก่ทุกคน เขาใจดีต่อบางคนโดยไม่ได้ผิดความยุติธรรมต่อใคร พระเจ้าก็ทรงปฏิบัติเช่นนั้น พระองค์ทรงนำคนที่มาช้า เข้าในพระอาณาจักรของพระองค์ หมายถึงคนบาปและคนต่างศาสนา ส่วนชาวยิวที่ได้รับเรียกเข้ามาก่อน ก็มิได้ถูกริดรอนสิทธิแต่ประการใด

b สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า “เพราะว่าคนที่ถูกเรียกมีมาก แต่คนที่ได้รับเลือกมีน้อย” อาจคัดมาจาก 22:14

c บรรดาอัครสาวกคาดหวังว่าอาณาจักรของพระเยซูเจ้าจะปรากฏมาอย่างรุ่งโรจน์ในไม่ช้า แต่ปรากฏการณ์เช่นนี้สงวนไว้สำหรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้า (ดู 4:17 เชิงอรรถ f; กจ 1:6 เชิงอรรถ h)

d “ถ้วย” ในพระคัมภีร์เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึง “การรับทรมาน” (ดู อสย 51:17) ณ ที่นี้ หมายถึงการรับทรมานที่กำลังจะมาถึงของพระเยซูเจ้า

e ยากอบบุตรของเศเบดี ถูกกษัตริย์เฮโรดอากริปปาประหารชีวิตราวปี ค.ศ. 44 (กจ 12:2) ส่วนยอห์นน้องชาย แม้ว่าจะไม่ได้ถูกประหารชีวิตเป็นมรณสักขี แต่ก็มีส่วนร่วมรับความทุกข์ทรมานของพระเยซูเจ้าไม่น้อยเช่นกัน

f ภารกิจของพระเยซูเจ้าบนแผ่นดินนี้มิใช่ประทานรางวัลให้มนุษย์ แต่รับทรมานเพื่อนำความรอดพ้นมาให้มวลมนุษย์ (ดู ยน 3:17; 12:47)

g เมื่อมนุษย์ทำบาป ธรรมบัญญัติเรียกร้องให้ต้องรับโทษถึงตาย มนุษย์จึงเป็นเสมือนลูกหนี้ของพระยุติธรรมของพระเจ้า (ดู รม 8:3-4; 1 คร 15:56; 2 คร 3:7, 9; กท 3:13 พร้อมเชิงอรรถ) เพื่อไถ่มนุษย์ให้พ้นจากการเป็นทาสของบาปและความตาย (รม 3:24 เชิงอรรถ j) พระเยซูเจ้าต้องหลั่งพระโลหิตเป็นค่าไถ่และชำระหนี้ (1 คร 6:20; 7:23; กท 3:13; 4:5 พร้อมเชิงอรรถ) เมื่อทรงสิ้นพระชนม์เช่นนี้แทนคนบาป พระองค์ก็ทรงทำให้บทบาทของ “ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์” เป็นความจริง (อสย 53) คำว่า “มนุษย์ทั้งหลาย” ภาษาฮีบรูว่า “คนจำนวนมาก” (อสย 53:11ฯ, 11 เชิงอรรถ h) คำว่า “จำนวนมาก” ในภาษาฮีบรูเน้นถึงจำนวนของผู้รับการกอบกู้ว่ามีมาก ตรงข้ามกับพระผู้กอบกู้ซึ่งมีเพียงพระองค์เดียว มิได้หมายความว่า จำนวนของผู้รับการกอบกู้มีจำนวนจำกัดด้วย (รม 5:6-21 ดู มธ 26:28 เชิงอรรถ i)

h สำเนาโบราณบางฉบับเพิ่มข้อความต่อไปนี้ ซึ่งอาจคัดมาจากคัมภีร์นอกสารบบว่า “สำหรับท่านทั้งหลาย จากผู้ต่ำต้อย จงพยายามเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และจากผู้ยิ่งใหญ่ จงทำตนเป็นผู้ต่ำต้อย เมื่อท่านได้รับเชิญไปงานเลี้ยง จงอย่าไปนั่งในที่มีเกียรติ เพราะอาจมีบุคคลสำคัญกว่าท่านมาในงานนั้น แล้วพนักงานจะมาบอกท่านว่า ‘จงไปนั่งที่ต่ำกว่านี้เถิด’ และท่านจะต้องรับความอับอาย จงไปนั่งที่สุดท้ายและถ้ามีบุคคลสำคัญน้อยกว่าท่านมาในงาน พนักงานจะมาบอกท่านว่า ‘เชิญท่านไปนั่งที่มีเกียรติมากกว่าเถิด’ และท่านก็จะได้รับเกียรติ” (เทียบ ลก 14:8-10)

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก