"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

ข. ดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองทั้งยูดาห์และอิสราเอล

 

ดาวิดรับเจิมเป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอล

5 1ชาวอิสราเอลทุกเผ่ามาเฝ้ากษัตริย์ดาวิดที่เมืองเฮโบรนทูลว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นสายเลือดเดียวกันกับพระองค์ 2ในอดีตเมื่อกษัตริย์ซาอูลทรงปกครอง พระองค์ทรงนำชาวอิสราเอลออกรบ พระยาห์เวห์ตรัสแก่พระองค์ว่า ‘ท่านจะเลี้ยงดูอิสราเอลประชากรของเรา ท่านจะเป็นเจ้านายเหนืออิสราเอล’” 3บรรดาผู้อาวุโสชาวอิสราเอลจึงมาเฝ้ากษัตริย์ที่เมืองเฮโบรน และกษัตริย์ดาวิดทรงทำพันธสัญญากับเขาเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ที่เมืองเฮโบรน เขาจึงเจิมดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอล

4ดาวิดมีพระชนมายุสามสิบพรรษาเมื่อทรงขึ้นครองราชย์ และทรงเป็นกษัตริย์อยู่เป็นเวลาสี่สิบปี 5พระองค์ทรงปกครองชนเผ่ายูดาห์aที่เมืองเฮโบรนเป็นเวลาเจ็ดปีหกเดือน ทรงปกครองชาวอิสราเอลทุกเผ่าและชนเผ่ายูดาห์ที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นเวลาสามสิบสามปี

 

กษัตริย์ดาวิดทรงยึดกรุงเยรูซาเล็มb

6กษัตริย์ดาวิดเสด็จพร้อมกับบรรดาทหารเข้าโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม โจมตีชาวเยบุสที่อยู่ในแผ่นดินนั้น ชาวเยบุสกล่าวกับกษัตริย์ดาวิดว่า “ท่านไม่มีวันจะเข้ามาที่นี่ได้ คนตาบอดและคนพิการก็ยังจะกันท่านไว้ได้c คล้ายกับกล่าวว่า ดาวิดจะเข้าไปที่นั่นไม่ได้เลย 7แต่กษัตริย์ดาวิดทรงยึดป้อมศิโยน คือเมืองของดาวิดไว้ได้ 8วันนั้น กษัตริย์ดาวิดทรงประกาศว่า “คนที่ต้องการโจมตีชาวเยบุสจงขึ้นไปทางอุโมงค์ส่งน้ำ...d ไปฆ่าคนตาบอดและคนพิการจึงเป็นศัตรูของดาวิด”e ด้วยเหตุนี้เขาจึงพูดกันว่า คนตาบอดและคนพิการจะเข้าไปในพระราชวังไม่ได้ 9กษัตริย์ดาวิดทรงเข้าไปประทับในป้อมนั้น และทรงตั้งชื่อว่าเมืองของดาวิดf พระองค์ทรงสร้างกำแพงล้อมป้อมไว้ตั้งแต่มิลโลเข้าไปข้างในg 10นับวันกษัตริย์ดาวิดยิ่งทรงมีพระอำนาจมากขึ้น พระยาห์เวห์พระเจ้าจอมจักรวาลสถิตกับพระองค์

11ฮีรามกษัตริย์แห่งเมืองไทระทรงส่งทูตมาเฝ้ากษัตริย์ดาวิดพร้อมกับถวายซุงไม้สนสีดาร์ ทรงส่งช่างไม้และช่างปูนมาสร้างพระราชวังให้กษัตริย์ดาวิด 12กษัตริย์ดาวิดทรงทราบว่าพระยาห์เวห์ทรงรับรองพระองค์เป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอล และทรงทำให้อาณาจักรของพระองค์รุ่งเรืองเพราะเห็นแก่อิสราเอลประชากรของพระยาห์เวห์

 

พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดที่เกิดในกรุงเยรูซาเล็ม

13หลังจากกษัตริย์ดาวิดทรงย้ายมาจากเมืองเฮโบรนแล้ว ทรงมีนางสนมและมเหสีอื่นๆ ในกรุงเยรูซาเล็มด้วย และมีพระโอรสและพระธิดาเพิ่มขึ้น 14นามของพระโอรสที่เกิดในกรุงเยรูซาเล็มคือ ชัมมุวา โชบับ นาธาน ซาโลมอน 15อิบฮาร์ เอลีชูวา เนเฟก 16ยาเฟีย เอลีชามา เอลียาดา และเอลีเฟเลท

 

กษัตริย์ดาวิดทรงรบชนะชาวฟีลิสเตียh

17เมื่อชาวฟีลิสเตียรู้ว่า ดาวิดได้รับเจิมขึ้นเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล จึงไปจับพระองค์ กษัตริย์ดาวิดทรงทราบข่าวนี้จึงเสด็จลงไปที่ป้อมปราการi 18ชาวฟีลิสเตียมาถึงหุบเขาเรฟาอิมj และยึดสถานที่นั้นไว้ 19กษัตริย์ดาวิดทูลถามพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพเจ้าจะไปโจมตีชาวฟีลิสเตียดีหรือไม่ พระองค์จะทรงมอบเขาไว้ในมือของข้าพเจ้าหรือไม่” พระยาห์เวห์ทรงตอบดาวิดว่า “ไปเถิด เราจะมอบชาวฟีลิสเตียไว้ในมือของท่านอย่างแน่นอน” 20กษัตริย์ดาวิดจึงเสด็จไปที่บาอัลเปราซิม และทรงรบชนะชาวฟีลิสเตียที่นั่น พระองค์ตรัสว่า “พระยาห์เวห์ทรงบันดาลให้ข้าศึกแตกไปต่อหน้าข้าพเจ้า เหมือนถูกกระแสน้ำพัดไป” เพราะเหตุนี้ สถานที่แห่งนั้นจึงมีชื่อว่าบาอัลเปราซิมk 21ชาวฟีลิสเตียละทิ้งรูปเคารพของตนไว้ที่นั่น กษัตริย์ดาวิดและบริวารจึงเก็บเอาไป 22ชาวฟีลิสเตียกลับมายึดหุบเขาเรฟาอิมอีก 23กษัตริย์ดาวิดทูลถามพระยาห์เวห์ พระองค์ตรัสตอบว่า “อย่าเข้าโจมตีจากที่นี่ แต่จงอ้อมไปโจมตีจากข้างหลัง ด้านหน้าป่าละเมาะต้นยางหอม 24เมื่อท่านได้ยินเสียงเหมือนคนเดินlจากยอดต้นยางหอม จงเข้าโจมตีทันที เพราะขณะนั้นพระยาห์เวห์กำลังเสด็จนำหน้าท่านเข้าโจมตีกองทัพชาวฟีลิสเตีย” 25กษัตริย์ดาวิดทรงกระทำตามที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชา ทรงรบชนะชาวฟีลิสเตียตั้งแต่เมืองเกบาจนถึงทางเข้าเมืองเกเซอร์m

 

5 a ดาวิดซึ่งได้รับการเจิมเป็นกษัตริย์จากชาวยูดาห์มาก่อนหน้านั้น (2:4) บัดนี้ ได้รับการยอมรับจากชาวอิสราเอล แต่คนสองกลุ่มยังคงแบ่งออกเป็นสองพวก (ดาวิดเป็นกษัตริย์ของ “ทั้งอิสราเอลและของยูดาห์”) ความขัดแย้งภายในของสองกลุ่มนี้จะเป็นปัญหารบกวนรัชสมัยของกษัตริย์ดาวิดและซาโลมอนจนถึงการแบ่งออกเป็นสองอาณาจักร ที่เป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายที่ไม่รอบคอบของเยโรโบอัมที่ 1 ประมาณปี 931 ก่อนคริสตศักราช (ดู 1 พกษ 12)

b เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากรบชนะชาวฟีลิสเตียที่มีเล่าไว้ในข้อ 17-25

c พวกเขาถือว่าอยู่ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่ดีมากจนไม่มีทางที่ใครจะบุกเข้าทำลาย แม้แต่คนพิการยังรักษาเมืองได้

d “ขึ้นมา” เป็นการแปลตามการคาดคะเน ถ้าแปลตามต้นฉบับภาษาฮีบรู จะได้ความว่า “โจมตี” หรือ “มาถึง” ประโยคน่าจะจบลงดังนี้ “จะได้รับรางวัลอันนั้นๆ” แต่ต้นฉบับไม่ชัดเจน ส่วนคำว่า “ทางใต้ดิน” ถ้าคำในต้นฉบับหมายถึงอย่างนั้นจริง ก็จะหมายถึงอุโมงค์ที่ขุดทะลุเนินเขาของเยรูซาเล็มเก่า เมื่อตัดเป็นทางไปน้ำพุกิโฮนโดยไม่ต้องออกจากเมือง (1 พกษ 1:33) คนที่ตั้งใจแน่วแน่จะสามารถไต่ไปตามอุโมงค์เพื่อเข้าไปในเมือง ต้นฉบับของ 1 พศด 11:6 จะอ่านง่ายกว่า “คนแรกที่ฆ่าคนเยบุสได้จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพและเจ้าชาย” โยอาบเป็นคนแรกที่ขึ้นไป

e ถ้อยคำเหล่านี้อยู่นอกบริบท ไม่มีเขียนไว้ใน 1 พศด 11:4-8

f การเลือกของดาวิดมีเหตุผลจากการที่เยรูซาเล็มตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเผ่าทางเหนือและเผ่าทางใต้ ชื่อเมืองนี้มีหลักฐานกล่าวถึงตั้งแต่ปี 2000 ก่อนคริสตศักราช เมืองเยบุสเก่า (ฉธบ 7:1 เชิงอรรถ a) ตั้งอยู่บนภูเขาโอเฟลระหว่างหุบเขาไทโรเปโดนและหุบเขาขิดโรน ทางทิศเหนือมีภูเขาศิโยนตั้งตระหง่านบังอยู่ ต่อมา ดาวิดจะสร้างแท่นขึ้นที่นั่น (24:16) และซาโลมอนจะสร้างพระวิหาร (1 พกษ 6) ส่วนราชวังของซาโลมอน (1 พกษ 7:1-12) สร้างขึ้นทางทิศใต้ของพระวิหาร หลังจากนั้นเป็นเวลานาน เมืองถึงได้แผ่ขยายออกครอบคลุมทั่วเนินเขาใหญ่ทางทิศตะวันตก โดยกำแพงทางทิศเหนือต้องขยายขึ้นไปทางเหนือสองครั้ง (2 พกษ 14:13 เชิงอรรถ a) มีการปรับปรุงระบบการส่งน้ำ (ข้อ 8 เชิงอรรถ d) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของกษัตริย์เฮเซคียาห์ (2 พกษ 20:20 เชิงอรรถ k) ในปี 587 เนบูคัดเนสซาร์ได้ทำลายเมือง (2 พกษ 25) หลังจากนั้น มีการสร้างพระวิหารใหม่เสร็จในปี 515 (อสร 6:15) ส่วนกำแพงได้รับการบูรณะเสร็จในปี 445 (นหม 2-6) อันทิโอคัส เอปิฟาเนสสร้างป้อมอาร์คาไว้ตรงข้ามกับพระวิหาร (1 มคบ 1:33 เชิงอรรถ o) และตระกูลฮัสโมนีได้ใช้เป็นราชวัง แต่กษัตริย์เฮโรดจะสร้างตำหนักที่พักเยื้องออกไปทางตะวันตก และเฮโรดยังได้บูรณะป้อมเก่าของพระวิหาร (นหม 7:2) ให้เป็นปราการขนาดใหญ่ เรียกว่าอันโทนีอา และสร้างพระวิหารขึ้นใหม่ (ยน 2:20) ในที่สุด เมืองนี้ถูกทิตัสทำลายจนราบคาบในปี ค.ศ. 70 (ดู ลก 21:20) กรุงเยรูซาเล็มถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในความสัมพันธ์กับสมณะ-กษัตริย์ของเมือง ซึ่งได้แก่ เมลคีเซเดค (ปฐก 14:18 เชิงอรรถ g) ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและศาสนาในสมัยของกษัตริย์ดาวิด (ศิโยน) จะถูกนำมาใช้เป็นภาพเพื่อหมายถึงประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร (อสย 62; อสค 23) นี่เป็นที่พำนักของพระยาห์เวห์ (สดด 76:2 เชิงอรรถ b) และของผู้รับเจิมของพระองค์ (สดด 2 และ 110) ในอนาคตจะเป็นสถานที่พบปะของประชาชาติทั้งหมด (อสย 2:1-5; 60) หนังสือพระคัมภีร์จบ (วว 21) ด้วยการบรรยายภาพของนครเยรูซาเล็มใหม่ (อสย 54:11)

g “กำแพง” ในบางต้นฉบับจะอยู่ในข้อ 11 “ช่างตัดหินสำหรับทำกำแพง” เกี่ยวกับมิลโล ดู 1 พกษ 9:15 กำแพงที่พูดถึงในที่นี้อาจมีแนวไปทางไทระเฟโอน

h ขณะที่ดาวิดยังเป็นกษัตริย์ของยูดาห์ที่เฮโบรน เขาเป็นบริวารของชาวฟีลิสเตีย (1 ซมอ 27:5-6) เวลานี้ที่เขามีอำนาจมากขึ้น อำนาจของเขาก็เริ่มเป็นการท้าทายต่ออำนาจของฟีลิสเตีย

i คงจะไปยังอดุลลัม (1 ซมอ 22:1-5) ในตอนนั้น กรุงเยรูซาเล็มยังไม่ถูกยึดครอง (ดู 5:6 เชิงอรรถ b)

j ที่ราบต่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเยรูซาเล็ม (ยชว 15:8; 18:16 ดู ฉธบ 2:10)

k peretz แปลว่า “รอยแยก” (ดู ปฐก 38:29)

l การย่างก้าวเข้าไปของพระยาห์เวห์

m “กิเบโอน” ตาม 1 พศด 14:16 และต้นฉบับภาษากรีก ส่วนต้นฉบับภาษาฮีบรูจะใช้คำว่า “เกบา” เมืองเกเซอร์ตั้งอยู่ในดินแดนของชาวฟีลิสเตีย ศัตรูได้ถูกกดดันให้ถอยกลับเข้าไปในดินแดนของตนเอง

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก