"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

ชาวอิสราเอลเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร

7 1พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงนำท่านเข้าไปในแผ่นดินที่ท่านจะเข้ายึดครอง พระองค์จะทรงขับไล่ชนหลายชาติออกไปต่อหน้าท่าน ได้แก่ ชาวฮิตไทต์ ชาวเกอร์กาซี ชาวอาโมไรต์ ชาวคานาอัน ชาวเปริสซี ชาวฮีไวต์และชาวเยบุสa ชนทั้งเจ็ดชาตินี้ยิ่งใหญ่กว่าและมีอำนาจมากกว่าท่าน 2พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงทำให้ชนชาติเหล่านี้อยู่ใต้อำนาจของท่าน ท่านจะชนะเขา ท่านจะต้องทำลายล้างคนเหล่านี้ให้หมดสิ้น ท่านต้องไม่ทำพันธสัญญากับเขาหรือปรานีเขาเลย 3ท่านจะต้องไม่แต่งงานกับเขา ท่านจะต้องไม่ยอมให้บุตรหญิงของท่านแต่งงานกับบุตรชายของเขา หรือยอมให้บุตรหญิงของเขาแต่งงานกับบุตรชายของท่าน 4ถ้าท่านยอมให้เขาแต่งงาน บุตรชายของท่านจะถูกชักชวนให้หันเหจากเราไปรับใช้เทพเจ้าอื่น แล้วพระยาห์เวห์จะกริ้วท่านจนทำลายชีวิตท่านทันที 5แต่ท่านจะต้องปฏิบัติกับเขาดังนี้ คือท่านจะต้องรื้อทำลายแท่นบูชา จะต้องทุบเสาหินศักดิ์สิทธิ์ จะต้องโค่นเสาไม้ศักดิ์สิทธิ์ และเผารูปเคารพของเขา 6เพราะท่านเป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ถวายแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงเลือกท่านไว้เป็นประชากรของพระองค์ เป็นสมบัติพิเศษจากประชากรทั้งหมดบนแผ่นดินb

ผลดีที่พระเจ้าทรงเลือกสรร

7พระยาห์เวห์ทรงมีความผูกพันกับท่านและเลือกสรรท่าน มิใช่เพราะท่านเป็นชนชาติที่มีจำนวนประชากรมากกว่าชนชาติอื่นๆ ท่านเป็นเพียงชนชาติเล็กที่สุดในหมู่ประชาชาติ 8แต่เพราะพระยาห์เวห์ทรงรักท่าน และทรงต้องการจะรักษาพระสัญญาที่ทรงสาบานไว้กับบรรพบุรุษของท่าน พระยาห์เวห์จึงทรงใช้พระหัตถ์ทรงฤทธิ์นำท่านออกมา และทรงปลดปล่อยท่านให้พ้นจากการเป็นทาส และพ้นจากอำนาจของกษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ 9จงรู้เถิดว่า พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงเป็นพระเจ้าโดยแท้จริง ทรงเป็นพระเจ้าผู้ซื่อสัตย์ ทรงรักษาพันธสัญญาและความรักมั่นคงต่อผู้ที่รักและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ถึงพันชั่วอายุคน 10แต่พระองค์ทรงลงโทษและทำลายผู้ที่เกลียดชังพระองค์ทันที พระองค์ไม่ทรงรีรอที่จะลงโทษเขาโดยตรงc 11ดังนั้น ท่านจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติ ข้อกำหนด และกฎเกณฑ์ที่ข้าพเจ้ามอบให้ท่านในวันนี้อย่างเคร่งครัด

12ถ้าท่านฟังกฎเกณฑ์เหล่านี้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงรักษาพันธสัญญาและความรักมั่นคง ดังที่ทรงสาบานไว้กับบรรพบุรุษของท่าน 13พระองค์จะทรงรักและอวยพรท่าน จะทรงเพิ่มจำนวนท่าน พระองค์จะทรงอวยพรให้ท่านมีลูกหลานมากมาย ให้แผ่นดินมีผลิตผลอุดมสมบูรณ์ คือข้าวสาลี เหล้าองุ่น น้ำมันมะกอกเทศ ให้ฝูงโค ฝูงแพะแกะของท่านมีลูกดกในแผ่นดินที่ทรงสาบานไว้กับบรรพบุรุษว่าจะประทานให้แก่ท่าน 14ท่านจะได้รับพระพรมากกว่าชนชาติอื่นๆ ทั้งหมด จะไม่มีใครในหมู่ท่านเป็นหมัน ไม่ว่าชายหรือหญิงหรือแม้แต่สัตว์ 15พระยาห์เวห์จะทรงปัดเป่าความเจ็บป่วยทุกอย่างให้พ้นจากท่าน พระองค์จะไม่ทรงส่งโรคร้ายใดๆ ที่ท่านรู้ดีว่าได้เกิดขึ้นในอียิปต์มาให้ท่าน แต่จะทรงส่งให้เกิดขึ้นกับทุกคนที่เกลียดชังท่าน

16ดังนั้น ท่านจะต้องทำลายล้างชนทุกชาติที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงมอบให้ท่าน อย่าได้ปรานีเขา อย่ารับใช้บรรดาเทพเจ้าของเขา เพราะนั่นจะเป็นเหมือนกับดักสำหรับท่าน

 

พระอานุภาพของพระยาห์เวห์

17ท่านอาจจะคิดว่า ชนชาติเหล่านี้มีจำนวนมากกว่าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะขับไล่เขาออกไปได้อย่างไร 18อย่ากลัวเลย จงระลึกเถิดว่า พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงกระทำต่อกษัตริย์ฟาโรห์และชาวอียิปต์ทั้งหลายอย่างไร 19จงระลึกถึงภัยพิบัติที่ท่านได้เห็นกับตา ทั้งจงระลึกถึงเครื่องหมายอัศจรรย์ ปาฏิหาริย์ พระหัตถ์ทรงฤทธิ์และพระอานุภาพยิ่งใหญ่ ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงใช้นำท่านออกมา พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงกระทำเช่นเดียวกับชนชาติทั้งหลายที่ท่านหวาดกลัว 20พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงส่งตัวต่อมาทำลายผู้ที่ยังรอดชีวิตและหลบซ่อนท่าน

21อย่าหวาดกลัวเขา เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านสถิตใกล้ท่าน พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัว 22พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงขับไล่ชนชาติเหล่านี้ออกไปต่อหน้าท่านทีละน้อย ท่านไม่อาจทำลายเขาให้หมดสิ้นได้ในทันที ถ้าท่านทำลายเขาหมดสิ้นทันที สัตว์ป่าจะทวีจำนวนขึ้นและทำร้ายท่านd 23แต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงทำให้ชนชาติเหล่านี้อยู่ใต้อำนาจของท่าน พระองค์จะทรงทำให้เขามีความหวาดกลัวมาก จนกระทั่งจะถูกทำลาย 24พระองค์จะทรงทำให้บรรดากษัตริย์ของเขาอยู่ใต้อำนาจของท่าน ท่านจะต้องทำลายล้างเขาจนไม่มีใครระลึกถึงชื่อของเขาอีกต่อไป ไม่มีใครจะต่อต้านได้ จนกระทั่งท่านจะทำลายเขาจนหมดสิ้น

25ท่านจะต้องเผารูปเคารพของเขา ท่านจะต้องไม่อยากได้เงินหรือทองของรูปเหล่านั้นนำมาเป็นของตน ถ้าท่านทำเช่นนั้นท่านจะติดกับ เพราะรูปเหล่านั้นเป็นที่น่ารังเกียจสำหรับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 26ท่านจะต้องไม่นำสิ่งน่ารังเกียจเหล่านั้นเข้ามาในบ้านของท่าน เพื่อท่านจะไม่ต้องถูกทำลายล้างเช่นเดียวกับรูปเหล่านั้น ท่านจะต้องเกลียดชังและรังเกียจรูปเคารพเหล่านั้น เพราะมันจะต้องถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น

 

7 a เรายังพบรายชื่อของชนชาติที่อาศัยในแผ่นดินคานาอัน ก่อนที่ชาวอิสราเอลจะเข้ามายึดครองหกหรือเจ็ดชาติคล้ายๆ กันนี้อีกใน 20:17 และใน ปฐก 15:20; อพย 3:8,17; 13:5; 23:23; 33:2; 34:11; ยชว 3:10; 9:1; 11:3; 12:8; 24:11; วนฉ 3:5; 1 พกษ 9:20; 2 พศด 8:7; อสร 9:1; นหม 9:8 ชาวคานาอันเป็นชนเซมิติกที่อาศัยอยู่ในปาเลสไตน์ตั้งแต่ต้น ชาวอาโมไรต์เป็นชนเซมิติกที่เข้ามาอาศัยในภายหลัง (ประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตศักราช) ตำนานยาห์วิสต์มักชอบเรียกผู้อาศัยในปาเลสไตน์ว่าชาวคานาอัน ส่วนตำนานเอโลฮิสต์มักจะชอบเรียกว่าชาวอาโมไรต์ แต่ ยชว 11:3 จะแยกสถานที่อาศัยของชนชาติทั้งสองว่า ชาวคานาอันอาศัยในที่ราบ ส่วนชาวอาโมไรต์อาศัยอยู่ในแถบภูเขา (ดู ยชว 9:10) ชาวฮิตไทต์เป็นชนชาติจากอาเซียน้อย แต่ในที่นี้ใช้ในความหมายกว้างๆ หมายถึง ชนชาติอื่นที่ไม่ใช่ชนเซมิติกที่อาศัยอยู่ในปาเลสไตน์ (ปฐก 23) ส่วนชาวเกอร์กาซี เปริสซี และฮีไวต์ เป็นชนชาติที่ไม่มีความสำคัญอะไรนัก ชาวเยบุสเป็นผู้อาศัยดั้งเดิมของกรุงเยรูซาเล็ม (2 ซมอ 5:9 เชิงอรรถ f)

b ข้อนี้ยืนยันว่าพระยาห์เวห์ทรงเลือกสรรอิสราเอล เช่นเดียวกันกับใน 14:2 พระเจ้าทรงกระทำการอัศจรรย์ต่างๆ (4:34; ดู 4:20; 26:7-8) “เพื่อจะได้ชนชาติหนึ่งมาเป็นประชากรของพระองค์” ข้อ 7-8 อธิบายเหตุผลว่าทำไมพระเจ้าจึงทรงเลือกสรรอิสราเอล คือ พระองค์ทรงซื่อสัตย์ต่อพระสัญญาที่ทรงให้ไว้แก่บรรพบุรุษเพราะความรัก (ดู 4:37; 8:18; 9:5; 10:5) การเลือกสรรนี้ได้รับการรับรองด้วยพันธสัญญา (ข้อ 9; 5:2-3) ทำให้อิสราเอลเป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ถวายแด่พระเจ้า (ข้อ 6; 26:19) ความคิดเรื่องการเลือกสรรนี้ที่ ฉธบ เน้นเป็นพิเศษ ยังพบได้ในหนังสืออื่นๆ ของพันธสัญญาเดิมด้วย อิสราเอลเป็นชนชาติที่ทรงแยกไว้ต่างหาก (กดว 23:9) เป็นประชากรของพระเจ้า (วนฉ 5:13) เป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ถวายแด่พระเจ้า (อพย 19:3 เชิงอรรถ c; 19:6) เป็นชนชาติที่ทรงทำพันธสัญญาด้วย (อพย 19:1 เชิงอรรถ a) เป็นบุตรของพระเจ้า (ฉธบ 1:31) เป็นชนชาติของเอมมานูเอล (ชนชาติที่พระเจ้าสถิตกับเรา อสย 8:8,10) การเลือกสรรนี้ทำให้อิสราเอลแยกออกจากชาติอื่นๆ ในโลก แต่บรรดาประกาศกจะประกาศล่วงหน้าว่า นานาชาติจะยอมรับพระเจ้าของอิสราเอลเป็นพระเจ้าของตน และมนุษย์ทุกคนจะรอดพ้น (อสย 45:14 เชิงอรรถ h; 49:6; ศคย 14:16)

c ข้อนี้เน้นว่าแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบการกระทำของตน (ดู 24:16) ความคิดเช่นนี้เป็นการพัฒนาความคิดใน อพย 34:7 ประกาศกเอเสเคียลจะพูดถึงความรับผิดชอบส่วนตัวอย่างชัดเจนขึ้นอีก (อสค 14:12 เชิงอรรถ d; 18)

d ข้อนี้คล้ายกับ อพย 23:29 เช่นเดียวกันกับที่ข้อ 20 คล้ายกับ อพย 23:28 ในที่นี้ เรามีคำอธิบายจากตำนานเฉลยธรรมบัญญัติว่า ทำไมการเข้ายึดครองแผ่นดินแห่งพระสัญญาจึงใช้เวลานาน (ดู 2:11-15; อพย 23:30 เชิงอรรถ l) แต่ ฉธบ 9:3 จะเน้นว่าพระยาห์เวห์ในฐานะที่ทรงเป็นนักรบจะทรงร่วมทำลายชนชาติต่างๆ ด้วย

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก